ประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาในต่างประเทศ: ภาพเปรียบเทียบเชิงระบบ

Last updated: 14 พ.ค. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาในต่างประเทศ: ภาพเปรียบเทียบเชิงระบบ

           การพัฒนาประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาในแต่ละประเทศสะท้อนแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างกันเกี่ยวกับ “ความเป็นอิสระของรัฐสภา” และ “การตรวจสอบการใช้อำนาจ” โดยสามารถอธิบายได้ผ่านลักษณะเฉพาะของแต่ละระบบกฎหมาย ดังนี้

1.  อังกฤษ: ระบบกำกับตนเองบนฐานเอกสิทธิ์รัฐสภา

                อังกฤษเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาประมวลจริยธรรม โดยตั้งอยู่บนหลัก เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของรัฐสภา ซึ่งให้อำนาจรัฐสภาควบคุมกิจการภายในของตนเองอย่างเต็มที่ ลักษณะสำคัญ คือ

         ไม่มีกฎหมายฉบับเดียว แต่ใช้ “ข้อมติของสภา” สะสมจนเป็นระบบ
         เน้นควบคุมพฤติกรรมใน “การปฏิบัติหน้าที่สาธารณะ” เท่านั้น
         ใช้หลักจริยธรรมทั่วไป เช่น Seven Principles of Public Life เป็นแกน

ในเชิงกลไก อังกฤษมีระบบครบวงจร


         องค์กรไต่สวน (Commissioner)
         คณะกรรมาธิการพิจารณา
         และสภาเป็นผู้ตัดสินโทษ

โทษมีตั้งแต่การประณามจนถึงการถอดถอน สะท้อน “การควบคุมกันเอง” อย่างเข้มแข็ง


2.  แคนาดา: ระบบกึ่งกฎหมายที่มีความเป็นทางการสูง

แคนาดารับอิทธิพลจากอังกฤษ แต่พัฒนาให้เป็นระบบที่มีโครงสร้างทางกฎหมายชัดเจนมากขึ้น ลักษณะเด่น คือ 

         มีประมวลจริยธรรมหลายฉบับ เช่น เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และการล่วงละเมิดทางเพศ
         กำหนดข้อห้าม “อย่างละเอียด” คล้ายกฎหมายอาญา
         มีองค์กรอิสระ (Ethics Commissioner) ทำหน้าที่ไต่สวน

เนื้อหามุ่งเน้น

          ห้ามใช้ตำแหน่งแสวงหาประโยชน์
          ห้ามใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
          ต้องเปิดเผยผลประโยชน์และงดเว้นการมีส่วนได้เสีย
แม้มีองค์กรอิสระ แต่อำนาจลงโทษยังเป็นของสภา สะท้อนการรักษาความเป็นอิสระของรัฐสภา

3.  เยอรมนี: ประมวลจริยธรรมในรูป “กฎหมาย”

     เยอรมนีมีลักษณะเฉพาะ คือ ประมวลจริยธรรมถูกกำหนดใน “พระราชบัญญัติ” ผลที่เกิดขึ้นคือ

        กฎเกณฑ์มีลักษณะเป็น “ข้อห้ามทางกฎหมายชัดเจน”
        การลงโทษโดยประธานสภาต่อสมาชิกเป็น “คำสั่งทางปกครอง”
        สามารถถูกโต้แย้งเพื่อตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งลงโทษโดยศาลรัฐธรรมนูญได้

เนื้อหามุ่งเน้น


        การเปิดเผยทรัพย์สินและผลประโยชน์
        การควบคุมรายได้และกิจกรรมภายนอก
        การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
            ระบบเยอรมันจึงสะท้อนแนวคิด “จริยธรรม คือ เรื่องของกฎหมายแบบนิติรัฐเป็นสำคัญ” มากกว่าการกำกับภายในเพื่อรักษาความเป็นอิสระของรัฐสภา

4.  เบลเยียม: ระบบเน้น “หลักการ” และแรงกดดันทางการเมือง

เบลเยียมใช้แนวทางที่แตกต่างอย่างชัดเจน โดย

         ไม่เน้นโทษทางกฎหมายหรือวินัย
         แต่ใช้ “คำแนะนำ” และแรงกดดันทางการเมืองเป็นหลัก
 
ลักษณะสำคัญคือ

         วางหลักจริยธรรมทั่วไป เช่น ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์
         ใช้องค์กรอิสระ (Deontological Commission) ให้คำปรึกษา

ระบบนี้สะท้อนแนวคิดว่า “จริยธรรมเป็นเรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง”  มากกว่าการลงโทษ

5.  สหภาพยุโรป: ระบบมาตรฐานสูงแบบบูรณาการ

รัฐสภายุโรปพัฒนาระบบจริยธรรมที่มีลักษณะเป็น “มาตรฐานสากลแบบรวมศูนย์” ลักษณะเด่นคือ

        มีประมวลจริยธรรมฉบับเดียวที่ชัดเจน
        กำหนดข้อห้ามและหน้าที่อย่างละเอียด
        เน้น “ความโปร่งใสและความเป็นกลาง”

เนื้อหาสำคัญ เช่น


        การเปิดเผยทรัพย์สินและผลประโยชน์
        การห้ามรับของขวัญ
        การหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

            มีคณะกรรมการที่ปรึกษาและประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงโทษสะท้อนระบบที่ผสมผสานระหว่างการกำกับภายในกับมาตรฐานเชิงสถาบันระดับสูงเข้าด้วยกัน


บทสรุป

         ประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาทุกประเทศมุ่งเน้นการการสร้างสมดุลระหว่าง “ความรับผิดในการใช้อำนาจ” กับ “ความเป็นอิสระของรัฐสภา” อย่างลงตัว ซึ่งเป็นหัวใจของการรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบันนิติบัญญัติในระบอบประชาธิปไตย โดยเมื่อพิจารณาโดยรวม สามารถแบ่งแนวทางออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

         1)   กลุ่มที่มุ่งเน้นให้รัฐสภากำกับตนเองเข้มแข็ง ได้แก่ อังกฤษ, แคนาดา
         2)  กลุ่มที่เป็นระบบผสม (มีองค์กรภายนอก) ได้แก่ สหภาพยุโรป
         3)  กลุ่มที่เน้นกฎหมายหรือหลักการเฉพาะ ได้แก่ เยอรมนี (กฎหมาย), เบลเยียม (หลักการ)

 

นายศุภณัฐ บุญสด
นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ
สถาบันพระปกเกล้า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสมัครหลักสูตร , สัมมนา , โครงการ ของสถาบันพระปกเกล้า  และ  นโยบายคุกกี้