Last updated: 23 มิ.ย. 2569 | 64 จำนวนผู้เข้าชม |
การเลือกตั้งกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่บัตรเลือกผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังมีบัตรเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ซึ่งอาจเป็นบัตรที่ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจน้อยกว่า ทั้งที่ ส.ก. คือกลไกสำคัญในการตรวจสอบผู้ว่าฯ พิจารณางบประมาณ ออกข้อบัญญัติ และทำให้เสียงของแต่ละเขตไม่หายไปจากการบริหารเมือง
ทุกครั้งที่กรุงเทพมหานครเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้ง สปอตไลต์ทางการเมืองมักส่องไปที่ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
ใครจะลงสมัคร
ใครมีคะแนนนำ
ใครมีนโยบายเด่น
ใครพูดเรื่องรถติด น้ำท่วม ฝุ่น ทางเท้า ขยะ โรงเรียน หรือพื้นที่สีเขียวได้จับใจกว่ากัน
แต่ในการเลือกตั้งเดียวกัน ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งที่ประชาชนต้องเลือก และอาจมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ไม่น้อยไปกว่าผู้ว่าฯ นั่นคือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก.
ถ้าผู้ว่าฯ คือผู้บริหารเมือง
ส.ก. คือคนที่ต้องถามว่า ผู้ว่าฯ ใช้อำนาจอย่างไร ใช้งบประมาณเพื่อใคร และนโยบายที่ประกาศไว้เดินทางไปถึงประชาชนจริงหรือไม่
ถ้าผู้ว่าฯ คือคนเสนอโครงการ
ส.ก. คือคนที่ต้องตรวจว่าโครงการนั้นจำเป็น คุ้มค่า โปร่งใส และเป็นธรรมเพียงใด
ถ้าผู้ว่าฯ คือภาพใหญ่ของเมือง
ส.ก. คือเสียงจากพื้นที่ 50 เขต ที่ควรถามแทนประชาชนว่า เมืองนี้ยังมองเห็นชีวิตของคนในเขตต่าง ๆ ครบถ้วนหรือไม่
เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งกรุงเทพฯ จึงไม่ใช่แค่การเลือก “คนบริหารเมือง” แต่คือการเลือก “ระบบตรวจสอบเมือง” ไปพร้อมกัน
คำถามสำคัญคือ คนกรุงเทพฯ มองเห็นบทบาทของ ส.ก. ชัดพอหรือยัง
เมืองใหญ่ต้องการมากกว่าผู้บริหารที่เก่ง
กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีปัญหาซับซ้อนอย่างยิ่ง ปัญหาหนึ่งเรื่องแทบไม่เคยมีเจ้าของเพียงหน่วยงานเดียว น้ำท่วมเกี่ยวข้องกับคลอง ท่อระบายน้ำ ผังเมือง ถนน การก่อสร้าง และพื้นที่รับน้ำ ฝุ่นเกี่ยวข้องกับการจราจร การก่อสร้าง อุตสาหกรรม พื้นที่ปริมณฑล และนโยบายระดับชาติ ทางเท้าเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทาง คนพิการ ผู้ค้า หาบเร่ แผงลอย อาคารริมถนน รถจักรยานยนต์ วินมอเตอร์ไซค์ และเจ้าหน้าที่เขต
ในเมืองที่ซับซ้อนเช่นนี้ ผู้ว่าฯ ที่เก่งเพียงคนเดียวไม่พอ
เมืองต้องการผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ก็จริง แต่เมืองก็ต้องการสภาที่ถามเป็น ตรวจเป็น และทำให้เสียงของประชาชนแต่ละพื้นที่ถูกนำเข้าสู่การตัดสินใจอย่างจริงจังด้วย
เพราะประชาธิปไตยท้องถิ่นไม่ได้จบที่การเลือกผู้บริหารโดยตรง หากแต่ต้องมีระบบถ่วงดุลที่ทำให้ผู้บริหารเมืองไม่ผูกขาดการนิยามว่า “เมืองที่ดี” ควรเป็นแบบใด
ถ้าผู้ว่าฯ บอกว่าเมืองต้องสะอาดขึ้น ส.ก. ต้องถามว่า ความสะอาดนั้นผลักใครออกจากพื้นที่หรือไม่
ถ้าผู้ว่าฯ บอกว่าต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส.ก. ต้องถามว่า พื้นที่สีเขียวนั้นเป็นของทุกคนจริงหรือเปล่า
ถ้าผู้ว่าฯ บอกว่าต้องปรับปรุงทางเท้า ส.ก. ต้องถามว่า คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ค้า และผู้ใช้ทางในชีวิตจริงถูกฟังมากน้อยแค่ไหน
ถ้าผู้ว่าฯ บอกว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ส.ก. ต้องถามว่า งบนั้นตอบโจทย์เขตใด กลุ่มใด และทิ้งใครไว้ข้างหลังหรือไม่
นี่คือเหตุผลที่ ส.ก. ไม่ควรถูกมองเป็นตำแหน่งรอง หรือเป็นเพียงตัวแทนพรรคการเมืองในระดับเขต แต่ควรถูกมองเป็น “สถาบันตรวจสอบเมือง” ที่ประชาชนเลือกเข้าไปทำหน้าที่แทนตนเอง
ส.ก. ทำอะไรได้บ้าง
ในเชิงโครงสร้าง ส.ก. เป็นสมาชิกของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตรวจสอบของกรุงเทพฯ โดยสภากรุงเทพมหานครมีบทบาทสำคัญอย่างน้อย 4 ด้าน
หนึ่ง พิจารณาข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
ข้อบัญญัติคือกติกาท้องถิ่นที่ส่งผลต่อการบริหารเมืองในหลายเรื่อง ตั้งแต่งบประมาณ การจัดบริการสาธารณะ การบริหารพื้นที่ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน ส.ก. จึงไม่ได้มีหน้าที่แค่รับฟังปัญหาในเขต แต่มีอำนาจร่วมกำหนดกติกาของเมืองทั้งเมือง
สอง พิจารณางบประมาณของกรุงเทพมหานคร
งบประมาณคือภาษาที่จริงที่สุดของนโยบาย เมืองจะให้ความสำคัญกับอะไร ไม่ได้ดูจากคำปราศรัยเท่านั้น แต่ดูจากงบประมาณว่าเงินถูกจัดสรรไปที่ไหน ใครเป็นเจ้าภาพ ใช้ทำอะไร และวัดผลอย่างไร ส.ก. จึงมีบทบาทสำคัญในการตรวจงบประมาณ ถามรายละเอียด ตัด ลด เพิ่มข้อสังเกต และติดตามว่าฝ่ายบริหารใช้งบตามเป้าหมายหรือไม่
สาม ตั้งคำถามและตรวจสอบฝ่ายบริหาร
หากประชาชนแจ้งปัญหาไปแล้วเรื่องไม่คืบ หากโครงการล่าช้า หากงบประมาณไม่ตอบโจทย์ หรือหากมีข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส ส.ก. คือกลไกหนึ่งที่สามารถหยิบเรื่องเหล่านี้เข้าสู่การตรวจสอบในสภาได้
สี่ เป็นตัวแทนเสียงของเขตในภาพรวมเมือง
กรุงเทพฯ มี 50 เขต แต่ละเขตมีปัญหาไม่เหมือนกัน เขตชั้นใน เขตชานเมือง เขตอุตสาหกรรม เขตริมคลอง เขตชุมชนแออัด เขตธุรกิจ และเขตที่กำลังกลายเป็นเมืองใหม่ ล้วนต้องการตัวแทนที่เข้าใจบริบทพื้นที่และสามารถแปลปัญหาระดับเขตให้เป็นวาระระดับเมืองได้
ด้วยบทบาทเหล่านี้ ส.ก. จึงไม่ใช่คนคอยประสานงานซ่อมไฟ ซ่อมถนน หรือรับเรื่องร้องเรียนรายวันเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่เชื่อม “ปัญหาหน้าบ้าน” เข้ากับ “โครงสร้างการตัดสินใจของเมือง”
ทำไมคนจำนวนมากยังมองข้าม ส.ก.
ปัญหาคือ แม้ ส.ก. จะมีบทบาทสำคัญ แต่ในการรับรู้ของประชาชน ตำแหน่งนี้มักถูกกลืนหายไปหลังเงาของผู้ว่าฯ
เหตุผลหนึ่งคือการเมืองกรุงเทพฯ ถูกทำให้เป็นการเมืองของ “บุคคลเด่น” มากกว่าการเมืองของ “ระบบตัวแทน” ผู้สมัครผู้ว่าฯ มักมีพื้นที่สื่อมากกว่า มีเวทีดีเบตมากกว่า มีนโยบายที่ถูกพูดถึงมากกว่า ขณะที่ผู้สมัคร ส.ก. จำนวนมากถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่เขตของตนเอง
อีกเหตุผลหนึ่งคือ คนกรุงเทพฯ จำนวนหนึ่งไม่ได้พึ่งบริการ กทม. โดยตรงมากนัก คนที่อยู่คอนโดหรือหมู่บ้านจัดสรรอาจพึ่งระบบนิติบุคคลมากกว่าสำนักงานเขต แต่คนในชุมชน ตึกแถว บ้านเช่า หรือพื้นที่ที่ไม่มีระบบจัดการภายใน ต้องพึ่งบริการของ กทม. อย่างเข้มข้นกว่า ตั้งแต่ขยะ น้ำท่วม โรงเรียน ศูนย์สาธารณสุข ทางเท้า ไปจนถึงการร้องเรียนปัญหาพื้นที่
ในเมืองเดียวกัน คนบางกลุ่มอาจรู้สึกว่า ส.ก. ไม่เกี่ยวกับชีวิตตนเองมากนัก
แต่สำหรับอีกหลายกลุ่ม ส.ก. อาจเป็นช่องทางสำคัญในการทำให้ปัญหาของตนไม่หายไปจากระบบราชการเมือง
ปัญหานี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำของกรุงเทพฯ อย่างลึกซึ้ง คนที่มีทางเลือกมากอาจไม่ต้องพึ่งการเมืองท้องถิ่นมากนัก แต่คนที่มีทางเลือกน้อยกลับต้องพึ่งพารัฐท้องถิ่นมากที่สุด และยิ่งต้องการตัวแทนที่ทำงานจริง ตรวจสอบจริง และเข้าใจชีวิตจริงของพื้นที่
ส.ก. กับงบประมาณ: สนามจริงของการตรวจสอบเมือง
ถ้าจะดูว่า ส.ก. สำคัญแค่ไหน ให้ดูที่งบประมาณ
กรุงเทพมหานครมีงบประมาณระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี งบเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง ทั้งถนน ทางเท้า ท่อระบายน้ำ โรงเรียน ศูนย์สาธารณสุข สวนสาธารณะ การจัดการขยะ ไฟฟ้าส่องสว่าง ตลาด การป้องกันน้ำท่วม และบริการระดับเขต
นโยบายเมืองที่สวยงามจะเดินทางไปถึงประชาชนได้หรือไม่ ต้องผ่านงบประมาณ
ส.ก. จึงต้องไม่ใช่เพียงผู้ยกมือผ่านงบ แต่ต้องเป็นผู้ถามคำถามสำคัญ เช่น
งบประมาณก้อนนี้ตอบโจทย์ประชาชนกลุ่มใด
เขตที่เปราะบางได้รับงบเพียงพอหรือไม่
โครงการนี้แก้ปัญหาระยะยาวหรือเพียงซ่อมเฉพาะหน้า
ตัวชี้วัดวัดผลลัพธ์จริงหรือวัดแค่กิจกรรม
งบประมาณกระจุกอยู่ในพื้นที่ใดมากเกินไปหรือไม่
ประชาชนเห็นและเข้าใจงบประมาณหรือไม่
ข้อสังเกตของสภาถูกฝ่ายบริหารนำไปใช้จริงหรือเปล่า
หากไม่มี ส.ก. ที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง งบประมาณเมืองอาจกลายเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารกับระบบราชการเท่านั้น ประชาชนจะเห็นเพียงผลลัพธ์ปลายทาง แต่ไม่เห็นกระบวนการตัดสินใจว่าเงินเมืองเดินทางไปหาใครก่อน ใครหลัง และด้วยเหตุผลอะไร
ส.ก. กับคำถามว่า “เมืองนี้เป็นของใคร”
หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของกรุงเทพฯ คือ เมืองนี้ประกอบด้วยคนหลากหลายมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนมีเสียงเท่ากัน
มีคนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านกรุงเทพฯ และมีสิทธิเลือกตั้ง
มีประชากรแฝงที่ทำงาน ใช้ชีวิต และจ่ายภาษีทางอ้อมผ่านการบริโภค แต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้บริหารเมือง
มีแรงงานข้ามชาติที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง แต่แทบไม่มีพื้นที่ในนโยบาย
มีคนจนเมือง คนเช่าบ้าน คนไร้บ้าน ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย คนพิการ ผู้สูงอายุ และเด็กในชุมชนที่เผชิญเมืองไม่เหมือนกัน
ผู้ว่าฯ คนเดียวไม่อาจมองเห็นทุกชีวิตได้ทั้งหมด
นี่คือเหตุผลที่ระบบตัวแทนระดับเขตมีความสำคัญ เพราะ ส.ก. ที่ดีควรเป็นคนที่รู้ว่าในเขตของตนมีคนกี่แบบ ไม่ใช่รู้จักเฉพาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสียงดังที่สุด ไม่ใช่รู้จักเฉพาะกลุ่มที่มีเครือข่ายการเมืองเข้มแข็งที่สุด และไม่ใช่รับฟังเฉพาะคนที่เข้าถึงช่องทางร้องเรียนได้ง่ายที่สุด
ส.ก. ที่ดีต้องทำให้คนที่มักไม่มีเสียงถูกนับรวมในวาระเมือง
คำถามของการเลือก ส.ก. จึงไม่ใช่แค่ว่า “ผู้สมัครคนนี้อยู่พรรคไหน” หรือ “รู้จักพื้นที่ไหม” แต่ต้องถามว่า
เขามองเห็นคนกลุ่มใดในเขต
เขากล้าถามแทนคนที่ไม่มีอำนาจต่อรองหรือไม่
เขาเข้าใจงบประมาณเมืองหรือเปล่า
เขารู้จักใช้สภาเป็นพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่
เขาจะรายงานการทำงานให้ประชาชนรับรู้แค่ไหน
และเขาจะทำให้เสียงของเขตเชื่อมกับนโยบายระดับเมืองอย่างไร
เมืองที่ดีต้องมีสภาที่ประชาชนมองเห็น
ปัญหาหนึ่งของการเมืองท้องถิ่นคือ ประชาชนมักเห็นผู้บริหารมากกว่าสภา เห็นนโยบายของผู้ว่าฯ มากกว่าคำถามของ ส.ก. เห็นโครงการที่เปิดตัวแล้ว มากกว่ากระบวนการตรวจสอบก่อนอนุมัติ และเห็นภาพงานภาคสนามมากกว่าการประชุมที่กำหนดทิศทางงบประมาณ
แต่ประชาธิปไตยเมืองจะเข้มแข็งไม่ได้ หากสภาเมืองเป็นสถาบันที่ประชาชนมองไม่เห็น
สภากรุงเทพมหานครควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ประชาชนรู้ว่า เมืองถูกตัดสินใจอย่างไร ใครเสนออะไร ใครคัดค้านอะไร งบประมาณถูกอภิปรายอย่างไร ข้อบัญญัติใดกำลังจะกระทบชีวิตประชาชน และ ส.ก. ของตนทำหน้าที่มากน้อยแค่ไหน
ถ้าเราต้องการให้คนกรุงเทพฯ สนใจ ส.ก. มากขึ้น สภากรุงเทพมหานครต้องเปิดเผยและสื่อสารมากขึ้นด้วย เช่น
มีข้อมูลการเข้าประชุมของ ส.ก.
มีข้อมูลการตั้งกระทู้และการอภิปราย
มีข้อมูลการลงมติในข้อบัญญัติสำคัญ
มีข้อมูลข้อสังเกตงบประมาณที่ติดตามได้
มีช่องทางให้ประชาชนเสนอประเด็นเข้าสู่ ส.ก.
มีรายงานประจำปีของ ส.ก. แต่ละเขตในภาษาที่ประชาชนอ่านเข้าใจ
และมีเวทีสาธารณะระดับเขตที่ทำให้ประชาชนถาม ส.ก. ของตนได้โดยตรง
การตรวจสอบเมืองจึงไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ก. เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นระบบที่ประชาชนตรวจสอบ ส.ก. ได้ด้วย
จากการเลือกตั้ง ส.ก. สู่การออกแบบประชาธิปไตยเมือง
การเลือกตั้ง ส.ก. ไม่ควรถูกลดทอนเป็นเพียงการแข่งขันระดับเขต แต่ควรถูกมองเป็นโอกาสในการออกแบบประชาธิปไตยเมืองใหม่
กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ระดับโลก มีงบประมาณสูง มีปัญหาซับซ้อน และมีประชากรหลากหลาย หากสภาเมืองยังทำงานแบบที่ประชาชนมองไม่เห็น หรือหาก ส.ก. ถูกทำให้เป็นเพียงเครือข่ายสนับสนุนผู้ว่าฯ เมืองก็จะขาดกลไกถ่วงดุลที่จำเป็น
ในทางกลับกัน หาก ส.ก. ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง กรุงเทพฯ จะมีโอกาสเปลี่ยนจากเมืองที่ผู้ว่าฯ “บริหารให้” เป็นเมืองที่ประชาชน “ตรวจสอบร่วมกัน”
นี่คือหัวใจของ Council Watch
เราต้องไม่ถามแค่ว่า ผู้ว่าฯ จะทำอะไร
แต่ต้องถามว่า ส.ก. จะถามอะไร
จะตรวจอะไร
จะเปิดเผยอะไร
จะยืนอยู่ข้างใคร
และจะทำให้เมืองนี้เป็นของประชาชนมากขึ้นอย่างไร
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: ทำให้ ส.ก. เป็นกลไกตรวจสอบเมืองที่เข้มแข็ง
ถ้าต้องการยกระดับบทบาท ส.ก. ในการตรวจสอบเมือง กรุงเทพฯ ควรมีเครื่องมืออย่างน้อย 7 เรื่อง
หนึ่ง Open Council Data
เปิดข้อมูลการประชุม การลงมติ การตั้งกระทู้ การอภิปราย และการเข้าร่วมประชุมของ ส.ก. ในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงและใช้ต่อได้
สอง Budget Watch ระดับเขต
ทำข้อมูลงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับแต่ละเขตให้ประชาชนเห็นว่า เงินเมืองลงเขตของตนเท่าไร ใช้ทำอะไร และผลลัพธ์เป็นอย่างไร
สาม Public Hearing ก่อนออกข้อบัญญัติสำคัญ
ข้อบัญญัติหรือโครงการที่กระทบประชาชนจำนวนมากควรมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่จริงจัง ไม่ใช่เพียงขั้นตอนเชิงพิธีกรรม
สี่ District Report Card
ให้ ส.ก. แต่ละเขตรายงานผลการทำงานประจำปี เช่น ประเด็นที่ผลักดัน งบที่ตรวจสอบ ปัญหาที่รับเรื่อง และข้อเสนอที่นำเข้าสภา
ห้า Citizen Question Time
เปิดช่วงเวลาประจำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อ ส.ก. และฝ่ายบริหารในประเด็นสำคัญของเขตและเมือง
หก Follow-up System ต่อข้อสังเกตของสภา
ข้อสังเกตจากการพิจารณางบประมาณหรือการอภิปรายไม่ควรหายไปหลังปิดประชุม แต่ต้องมีระบบติดตามว่าฝ่ายบริหารนำไปดำเนินการอย่างไร
เจ็ด Council Watch โดยภาคประชาชนและสื่อภาคประชาชน
ประชาชน นักวิชาการ สื่อ และภาคประชาสังคมควรร่วมติดตามการทำงานของสภาเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาไม่ใช่พื้นที่ปิดของนักการเมือง แต่เป็นพื้นที่สาธารณะของคนเมือง
เลือก ส.ก. คือเลือกคนไปถามแทนเรา
ท้ายที่สุด การเลือกตั้ง ส.ก. คือการเลือกคนไปถามคำถามแทนประชาชน
ถามว่าทำไมงบประมาณเขตนี้ถึงได้น้อย
ถามว่าทำไมโครงการนี้ล่าช้า
ถามว่าทำไมปัญหาที่แจ้งไปยังไม่คืบ
ถามว่าทำไมคนบางกลุ่มไม่อยู่ในนโยบาย
ถามว่าทำไมข้อบัญญัตินี้จึงจำเป็น
ถามว่าทำไมเงินเมืองจึงถูกใช้แบบนี้
และถามว่าเมืองที่กำลังถูกพัฒนาอยู่นั้น เป็นเมืองของใครกันแน่
ผู้ว่าฯ ที่ดีสำคัญต่อกรุงเทพฯ แต่ผู้ว่าฯ ที่ดีต้องการสภาที่ดีมาถ่วงดุล ตรวจสอบ และทำให้การบริหารเมืองไม่กลายเป็นเรื่องของคนกลุ่มเดียว
เพราะเมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่มีผู้บริหารเก่งเพียงคนเดียว
แต่คือเมืองที่มีระบบตรวจสอบเข้มแข็ง ประชาชนมีเสียง และตัวแทนกล้าถามคำถามที่ควรถาม
การเลือก ส.ก. จึงไม่ใช่บัตรรองของการเลือกตั้งกรุงเทพฯ แต่คือบัตรที่กำหนดว่า เมืองนี้จะถูกตรวจสอบโดยประชาชนได้จริงแค่ไหน