หลักเกณฑ์และขั้นตอนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

Last updated: 19 มี.ค. 2569  |  252 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หลักเกณฑ์และขั้นตอนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

          การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

          ในส่วนของการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งจากบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ล่วงหน้า และพรรคนั้นต้องมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของสมาชิกทั้งหมด การเสนอชื่อจำเป็นต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองอย่างน้อยหนึ่งในสิบ และการลงมติจะต้องกระทำโดยเปิดเผย พร้อมทั้งต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เมื่อมีมติแล้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง

          สำหรับการแต่งตั้งรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นรัฐมนตรีตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี โดยมีจำนวนรวมไม่เกิน 35 คน เพื่อประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เช่น มีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี มีความซื่อสัตย์สุจริต และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย

          เมื่อมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ คือ การถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้สามารถเข้ารับตำแหน่งได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้น คณะรัฐมนตรีต้อง แถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน เพื่อชี้แจงแนวทางการบริหารประเทศ โดยนโยบายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมทั้งต้องอธิบายแหล่งที่มาของงบประมาณ อย่างไรก็ตาม การแถลงนโยบายนี้ไม่มีการลงมติความไว้วางใจจากรัฐสภา

          ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่อาจกระทบต่อประโยชน์ของประเทศ คณะรัฐมนตรีสามารถเริ่มดำเนินการบางเรื่องได้ก่อนการแถลงนโยบาย แต่ต้องจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็น กระบวนการทั้งหมดนี้จึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การจัดตั้งและการทำงานของฝ่ายบริหารเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของรัฐสภา


โดย 
นายศุภณัฐ บุญสด 
นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ 
สถาบันพระปกเกล้า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสมัครหลักสูตร , สัมมนา , โครงการ ของสถาบันพระปกเกล้า  และ  นโยบายคุกกี้