Last updated: 13 มี.ค. 2569 | 143 จำนวนผู้เข้าชม |
1. ที่มาของประธานสภาผู้แทนราษฎร
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดในที่ประชุมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เพื่อดำเนินการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสามารถเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งได้คนละหนึ่งชื่อ โดยต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 คนรับรอง และผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม สำหรับกระบวนการเลือกตั้งประธานสภาสามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี
กรณีแรก - หากมีการเสนอชื่อเพียงหนึ่งรายให้ถือว่าได้รับเลือก
กรณีที่สอง - แต่หากมีหลายรายจะใช้วิธีลงคะแนนลับ โดยให้ถือเอาคะแนนเสียงของฝ่ายที่มากที่สุดเป็นผู้ได้รับเลือก แต่มีกรณีที่ผู้ถูกเสนอชื่อมีคะแนนเสียงเท่ากัน ข้อบังคับกำหนดให้ประธานในที่ประชุม (ซึ่งคือสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดที่ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว) เป็นผู้ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
โดยเมื่อที่ประชุมเลือกได้แล้ว ข้อบังคับกำหนดให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง
2. ฐานะของประธานสภาผู้แทนราษฎร
ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีอำนาจออกระเบียบที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินงานของสภาเป็นไปตามข้อบังคับ ในการปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาต้องวางตนเป็นกลางและทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ ห้องประชุมสภาถือเป็นสถานที่ที่ต้องได้รับความเคารพ เมื่อประธานขึ้นบัลลังก์ สมาชิกในที่ประชุมต้องยืนขึ้นจนกว่าประธานจะนั่งลง
3. หน้าที่และอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร
ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมสภา กำกับดูแลการดำเนินกิจการของสภา ควบคุมการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณสภา และทำหน้าที่เป็นผู้แทนของสภาในกิจการภายนอก นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อสภา
ในการดำเนินการประชุม ประธานสภามีอำนาจเรียกประชุมสภา จัดระเบียบวาระการประชุม พิจารณาบรรจุเรื่องด่วน และควบคุมการประชุม เช่น การสั่งพัก เลื่อน หรือเลิกการประชุม รวมทั้งอนุญาตให้สมาชิกอภิปรายหรือปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และมีอำนาจให้สัญญาณให้สมาชิกหยุดพูดโดยการเคาะค้อนหรือยืนขึ้น
ในด้านการพิจารณากฎหมายและญัตติ ประธานสภามีหน้าที่ตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้าสู่สภา วินิจฉัยร่วมกับประธานกรรมาธิการสามัญทุกคณะว่าร่างกฎหมายใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ตลอดจนวินิจฉัยญัตติและกระทู้ถามประเภทต่าง ๆ รวมถึงกระทู้ถามสดด้วยวาจา
เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในการประชุม ประธานสภามีอำนาจเตือน ห้ามปราม หรือสั่งให้สมาชิกถอนคำพูด หากสมาชิกฝ่าฝืนข้อบังคับสามารถสั่งให้ออกจากที่ประชุม และหากขัดขืนอาจสั่งให้ตำรวจรัฐสภานำตัวออกไปได้ รวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยคำร้องขอโฆษณาคำชี้แจงของบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากการอภิปรายในสภา
นอกจากนี้ ประธานสภายังมีอำนาจกำหนดให้มีการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในกรณีมีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย และลงลายมือชื่อรับรองรายงานการประชุมของสภาหลังจากที่สภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว
โดย นายศุภณัฐ บุญสด
นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ
สถาบันพระปกเกล้า
11 มี.ค. 2569
12 มี.ค. 2569
9 มี.ค. 2569