Last updated: 15 มิ.ย. 2569 | 78 จำนวนผู้เข้าชม |
[เจาะลึกนโยบาย] ก่อนตัดสินใจ... ใครคือผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไปที่กรุงเทพฯ ต้องการ?
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่การเลือกตัวบุคคล แต่คือการเลือก "นโยบาย" ที่จะมากำหนดทิศทางและคุณภาพชีวิตของคนเมือง
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบด้าน วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า นำโดย นายภควัต อัจฉริยปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ขออาสาพาชาวกรุงเทพฯ ไปเจาะลึกและวิเคราะห์ "นโยบายเด่น" ของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ครบทั้ง 18 เบอร์!
เราจะทยอยสรุปประเด็นสำคัญให้อ่านง่าย เข้าใจวิสัยทัศน์ได้ชัดเจน ต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม ผ่านทางหน้าเพจ "วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น"
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การนำเสนอนโยบายของผู้สมัครในครั้งนี้ จะช่วยให้ทุกท่านเห็นภาพรวมของการพัฒนาเมือง และพร้อมออกไปใช้สิทธิทางประชาธิปไตย เพื่อกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานครไปด้วยกันครับ
หมายเลข 1: หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (ผู้สมัครอิสระ)
(แคมเปญ: "SAVE BKK – BKK SAFE")
แก่นนโยบาย: ประกาศตัวทำงานในบทบาท "แม่ทัพ" เพื่อบริหารวิกฤต เน้นความปลอดภัยระดับสากลผ่านเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและโดรนดับเพลิง
มิติเศรษฐกิจท้องถิ่น: ชูนโยบาย Waste to Wealth แปลงขยะเป็นขุมทรัพย์ ดึงเม็ดเงิน 10,000 ล้านบาทกลับมาจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ และยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. สู่มาตรฐาน 3 ภาษา
มุมมองวิเคราะห์: นโยบายนี้สะท้อนการบริหารท้องถิ่นเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ด้วยตนเอง (Self-generated Revenue) เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณส่วนกลาง และนำมาอุดหนุนสวัสดิการสังคมโดยตรง
แหล่งอ้างอิง: ผู้จัดการออนไลน์, "หม่อมกร" เปิดตัวชิงผู้ว่าฯ กทม.ชูแนวคิด ‘SAVE BKK–BKK SAFT’ ตั้งเป้าสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองปลอดภัย-โปร่งใส-ไร้ส่วย," https://mgronline.com/politics/detail/969. . .Ni0JaQ
หมายเลข 2 นายสมัย ละเลิศ (ผู้สมัครอิสระ)
(แคมเปญ: "สมัยทำได้ สมัยทำจริง เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ทันสมัย")
แก่นนโยบาย: ประกาศตัวทำงาน ในบทบาท "ตัวแทนและกระบอกเสียง" เพื่อสะท้อนเสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยถึงการปฏิรูปความเป็นระเบียบเรียบร้อยของคนต่างจังหวัดที่มาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ให้รู้สึกปลอดภัย
มิติการจัดการเมือง: ชูนโยบาย "การจัดการผังเมือง" ที่ปลอดภัย น่าอยู่ เป็นมิตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงพื้นที่ปลอดภัยของคนกรุงเทพฯ
มุมมองวิเคราะห์: นโยบายนี้สะท้อน "การบริหารจัดการผังเมือง" ที่มีบทบังคับใช้จากการละเมิด เพื่อสร้างระบบที่มุ่งเน้นปฏิรูปความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อนเปลี่ยนกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งความปลอดภัย
แหล่งอ้างอิง: สมัย ละเลิศ, "กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองแห่งโอกาสอยู่หรือเปล่า?..," https://www.facebook.com/share/p/18ySvVeMmP/.(29 พฤษภาคม 2569)
หมายเลข 3: ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (ดร.ซัน) (ผู้สมัครอิสระ)
(แคมเปญ: กรุงเทพฯ ปลอดภัย สร้างสรรค์ “A.I. CAPITAL” พลิกโฉมเมืองหลวง)
แก่นนโยบาย: ประกาศตัวทำงาน ในบทบาท " การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี" นวัตกรรมอัจฉริยะ กรุงเทพฯ ปลอดภัย
มิติท้องถิ่นดิจิทัล: ชูนโยบาย A.I. Capital เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์ , Smart City เมืองอัจฉริยะ การเชื่อมทุกระบบในเมืองด้วยข้อมูลเรียลไทม์ , A.I. เศรษฐกิจและปากท้อง: นำใช้ระบบข้อมูลตำแหน่งงานใหม่ เพื่อสร้างงานให้คนกรุงเทพฯ และฟื้นฟูเศรษฐกิจ SME
มุมมองวิเคราะห์: นโยบายนี้สะท้อนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อมุ่งเน้นการบริหารท้องถิ่นสู่เมืองอัจฉริยะ ในทุกมิติทั้ง โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ สิ่งแวดล้อมยั่งยืน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อกรุงเทพปลอดภัย
แหล่งอ้างอิง: ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์. “ครอบครัวกรุงเทพฯ”. https://www.facebook.com/share/v/1Cu1b4LRvm/ (9 มิถุนายน 2569)
หมายเลข 4: นายประทีป วัชรโชคเกษม (ผู้สมัครอิสระ)
(แคมเปญ: “เลือกคนทำงานจริง เพื่อกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม”)
จุดเด่นนโยบาย (มิติโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต):
- โครงสร้างพื้นฐาน: ชูนโยบาย “การสร้างเขื่อนและถนนโครงข่ายอ่าวไทย” เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร
- คุณภาพชีวิต: การจัดตั้ง “ศูนย์เด็กแรกเกิด 50 เขต” เพื่อดูแลสวัสดิการสังคม
- สิ่งแวดล้อม: การเดินหน้าสู้ภัย “PM 2.5” อย่างจริงจัง
แก่นนโยบายภาพรวม: ประกาศตัวทำงานภายใต้ “แนวคิดใหม่ พัฒนาต่อเนื่อง 12 นโยบาย” มุ่งเน้นการพัฒนาเมืองอย่างรอบด้าน ทั้งการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ การจัดการสิ่งแวดล้อม การปรับภูมิทัศน์ การส่งเสริมเศรษฐกิจกลางคืน การพัฒนาสู่เมืองดิจิทัล และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเร่งด่วน
มุมมองวิเคราะห์: ชุดนโยบายนี้สะท้อนความพยายามในการพัฒนาระบบโครงข่ายขนาดใหญ่ (Mega-Infrastructure) ควบคู่ไปกับการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อลดภาระการดูแลเด็กแรกเกิดของกลุ่มคนวัยทำงาน รวมถึงการเดินหน้าสร้างปอดของกรุงเทพฯ ถือเป็นการผสมผสานระหว่างการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางกายภาพและการพัฒนาทุนมนุษย์
แหล่งอ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1HY3hjCAqX/
หมายเลข 5: นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์)
(แคมเปญ: "เมืองฟ้าอมร and more")
จุดเด่นนโยบาย (มิติการบริการสาธารณะและนวัตกรรมเมือง):
- การคมนาคม: ชูนโยบาย "ตั๋วรวมบัตรใบเดียว" ออกแบบเส้นทางรถเมล์และรถไฟฟ้าให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
- เศรษฐกิจเมือง: การจัดเก็บภาษีที่พักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Hotel Tax) เพื่อสร้างรายได้กลับมาพัฒนาท้องถิ่น
- ความโปร่งใส: พัฒนา Platform "ส่องรัฐ" (AI ส่องรัฐ) เครื่องมือที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบการใช้งบประมาณได้ในทุกขั้นตอน
แก่นนโยบายภาพรวม: ประกาศตัวทำงานภายใต้แนวคิด "การบริการแบบเชื่อมคน-เชื่อมเมือง" มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่สะดวก สะอาด สบาย มีรายได้หมุนเวียน และบริหารงานอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้
มุมมองวิเคราะห์: ชุดนโยบายนี้สะท้อนการจัดทำบริการสาธารณะที่เน้นการบูรณาการโครงข่ายเมืองเข้าด้วยกัน (Integrated City) จุดที่น่าสนใจคือการผลักดันแนวคิดรัฐเปิดเผย (Open Government) โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนบทบาทของภาคประชาชนจากการเป็นเพียง "ผู้รับบริการ" ให้กลายเป็น "ผู้ร่วมตรวจสอบและขับเคลื่อนเมือง" ได้อย่างเป็นรูปธรรม
แหล่งอ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/14eaWP4xdS2/
หมายเลข 6: นายพิศาล กิติเยาวมาลย์ (ผู้สมัครอิสระ)
(แคมเปญ: "ไปมาสะดวก กินอยู่สบาย ปลอดภัยทุกคน งานการมีทำ")
จุดเด่นนโยบาย (มิติการบริการสาธารณะและการพัฒนาเมือง):
- โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม: เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม และเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ "ล้อ-ราง-เรือ" ให้ไร้รอยต่อ
- คุณภาพชีวิตและสวัสดิการ: ยกระดับระบบสาธารณสุข การดูแลประชาชนทุกช่วงวัย และการสร้างความปลอดภัยสาธารณะ
- สิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม: เพิ่มพื้นที่สีเขียว ผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) และเมืองดิจิทัล (Digital City)
แก่นนโยบายภาพรวม: ประกาศตัวทำงานภายใต้แนวคิด "การจัดระเบียบเมืองและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ อย่างครอบคลุม โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 8 ด้านสำคัญที่ตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานและการเติบโตของคนเมือง
มุมมองวิเคราะห์: นโยบายนี้สะท้อนมุมมองการบริหารเมืองที่เน้น "การพัฒนาแบบองค์รวม (Holistic Development)" โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นการออกแบบนโยบายที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ (กายภาพเมือง) และซอฟต์แวร์ (คุณภาพชีวิตของคน)
แหล่งอ้างอิง: เปิดวิสัยทัศน์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 69 ก่อนกาพร้อมกัน 28 มิ.ย.นี้ - สยามรัฐ
#เลือกตั้งผู้ว่ากทม #นโยบายสาธารณะ #วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น #สถาบันพระปกเกล้า #การเมืองท้องถิ่น