รู้จัก Bangkok City Lab ผ่าน "3 ห้องปฏิบัติการยุทธศาสตร์" ร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น

Last updated: 9 มิ.ย. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รู้จัก Bangkok City Lab ผ่าน "3 ห้องปฏิบัติการยุทธศาสตร์" ร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น

รู้จัก Bangkok City Lab ผ่าน "3 ห้องปฏิบัติการยุทธศาสตร์" ร่วมขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้น

หากใครที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครมานาน คงจะมีความรู้สึกร่วมกันว่า “เราสามารถจะจินตนาการถึงกรุงเทพมหานครที่เป็นมหานครที่ดีกว่า น่าอยู่ขึ้น ผู้คนมีความสุขขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้อย่างไรบ้าง”

Bangkok City Lab (ศูนย์การทดลองของเมืองกรุงเทพมหานคร) คือพื้นที่ทดลองสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ของเมือง โดยมุ่งเป้าหมายส่งมอบบริการต้นแบบเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน บนพื้นฐานของ "การคิดเชิงระบบ ความเข้าใจทางสังคม และพื้นที่" ซึ่งขับเคลื่อนงานและตอบโจทย์สำคัญของเมืองผ่าน 3 ลักษณะบริการ (3 Strategic Labs) ดังนี้:

CIVIC DESIGN LAB (ห้องปฏิบัติการต้นแบบและเครื่องมือเพื่อบริการสาธารณะแก่เมือง)
แนวคิด: มีภารกิจในการทดลองสร้างสรรค์บริการสาธารณะใหม่ๆ และปรับปรุงคุณภาพบริการที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วยกระบวนการออกแบบเชิงระบบ โดยระบุแบบแผนซ้ำ (Pattern) เพื่อให้นำไปขยายผลได้ในวงกว้าง

ตัวอย่างโครงการทดลองจริง:

ป้ายและศาลารอรถโดยสารประจำทางต้นแบบ (เช่น สถานี BTS กรุงธนบุรี ทางออก 4): ปรับเปลี่ยนดีไซน์โดยย้ายเสาโครงสร้างมาไว้ด้านหน้าชิดขอบทางและเปิดด้านหลังศาลาให้โล่ง เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพหน้าร้านค้าและลดอุปสรรคบนทางเท้าแคบ พร้อมติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง Solar Cell และมีกล่องอะคริลิคใสสำหรับสอดแผ่นกราฟิกข้อมูลเพื่อให้ปรับเปลี่ยนหรืออัปเดตสายรถเมล์ได้ง่าย

ระบบจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ (Moto Taxi): พัฒนาระบบป้ายรออัตโนมัติเพื่อลดการจอดรถกีดขวางทางเท้า เช่น ระบบ Moto Count แสดงจำนวนรถที่พร้อมบริการ, ระบบ Moto Flow ช่วยลดความหนาแน่น ณ จุดจอด และระบบ Moto View เพื่อให้ กทม. สามารถมอนิเตอร์ข้อมูลวินไปปรับปรุงมาตรฐานบริการ

อุปกรณ์เตือนภัยบนทางม้าลาย: ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะแบบกะพริบโดยตรงไปยังทางข้ามที่เป็นจุดเสี่ยงภัยหรือมุมเลี้ยวระยะกระชั้น เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

เกณฑ์และเก้าอี้สำหรับ Hawker Center: ออกแบบเกณฑ์การจัดพื้นที่ร้านค้าและชุดที่นั่งดูแลรักษาง่ายริมทางเพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจทางเท้าและทางเดินเท้า โดยกำหนดเป็นมาตรฐาน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เกณฑ์ด้านกายภาพ เกณฑ์ด้านความปลอดภัย และเกณฑ์ด้านอนามัยและสิ่งแวดล้อม

คู่มือสวน 15 นาที: เครื่องมือแบบ DIY (Do It Yourself) ที่ช่วยให้หน่วยงานระดับเขตและประชาชนร่วมกันวิเคราะห์และออกแบบพื้นที่สาธารณะขนาดเล็กได้เองผ่าน "ตารางกระดาษ" (Paper Grid) ขนาดช่อง 2×2 เมตร พร้อมพัฒนาโมเดลแรงจูงใจทางภาษีให้ภาคเอกชนนำที่ดินรกร้างมาร่วมเปลี่ยนเป็นพื้นที่สาธารณะ

SOCIAL CATALYST LAB (ห้องทดลองเชิงสังคมเพื่อเหนี่ยวนำการร่วมพัฒนา)
แนวคิด: มีภารกิจในการสร้างความร่วมใจ (Empathy) เพื่อร่วมเป็นเจ้าของประเด็นการพัฒนา โดยใช้กลไกและคุณค่าเชิงสังคม เน้นการสร้างบทสนทนา (Dialogue) เพื่อคลี่คลายพฤติกรรมทางสังคมและนำมาสู่ "วาระการพัฒนาร่วมกัน" (New Mutual Agenda)

ตัวอย่างโครงการทดลองจริง:

แพลตฟอร์ม Policy Ranger: เครื่องมือทดลองเปิดรับและจัดลำดับความคาดหวังข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะจากประชาชน เพื่อนำไปขับเคลื่อนเมืองร่วมกับกลไกสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร

ศูนย์พักพิงและฟื้นฟูสมรรถนะคนไร้บ้าน "บ้านอิ่มใจ" (พื้นที่ประปาแม้นศรีเดิม): ปรับมุมมองจากการสังคมสงเคราะห์เป็นการสร้างโอกาสและเสริมพลัง โดยร่วมมือกับภาคประชาสังคมจัดกระบวนการส่งเสริมรายได้และเติมทักษะ (Reskill/Upskill) เพื่อให้คนไร้บ้านหลุดพ้นจากสภาวะไร้บ้านถาวร พร้อมทั้งออกแบบระบบ "แยกโซนนิ่งพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มคนไร้บ้าน LGBTQ+" เพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงและการละเมิดทางเพศจากการวิจัยภาคสนาม

เครือข่ายคนรุ่นใหม่และคนคืนถิ่น: ร่วมมือกับ สสส. สนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพื้นที่เครือข่าย 15 พื้นที่ทั่วประเทศ (เช่น น่าน เชียงใหม่ ลำพูน อุดรธานี บางขุนเทียน) ให้ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของประเด็นเมือง ขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงสุขภาวะ และลดความเหลื่อมล้ำในเขตเมือง

PLACE SOLUTION LAB (ห้องปฏิบัติการทดลองเพื่อสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเชิงพื้นที่)
แนวคิด: มีภารกิจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ที่มีมิติทับซ้อน ซับซ้อน และเชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาทุกมิติเข้าด้วยกันในพื้นที่จริง

ตัวอย่างโครงการทดลองจริง:

ย่านตลาดพลูโมเดล (Talat Phlu): ทดลองจัดช่องทางจักรยานในลักษณะทางร่วม (Inclusive Biker Network) บนถนนเทอดไท เพื่อสร้างความยอมรับร่วมกันระหว่างผู้ค้าริมทางและผู้ใช้ถนน พร้อมจัดทำผังแม่บทปรับปรุงพื้นที่ริมน้ำใต้สะพานข้ามแยกตลาดพลู (Community Reborn Node) ให้กลายเป็นลานกิจกรรมอเนกประสงค์ มีสนามฟุตซอล และลาน Hawker Center เพื่อรองรับคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน

แนวทางการพัฒนาชุมชนคลองเตย (Khlong Toei Housing Dialogue): จัดกระบวนการสำรวจรายครัวเรือนกลุ่มตัวอย่างประชากร 550 คน เพื่อเก็บข้อมูลมิติเศรษฐกิจ สุขภาวะ และประเภทหนี้สินนอกระบบ นำไปสู่การจำลองรูปแบบ Modular ของที่อยู่อาศัยขนาดหน่วยพัก 32 ตร.ม. ภายใต้แนวคิด "หมู่บ้านเมือง" (Urban Village) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับรองรับประชาชนกว่า 90,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านพื้นที่ท่าเรือสู่ Smart Port

เพราะเมืองไม่ได้เปลี่ยนได้ในวันเดียว แต่อาศัยการทดลองต้นแบบบริการสาธารณะ (MVPs) ที่จับต้องได้ เพื่อเสนอต้นแบบบริการสาธารณะที่ใช้งานได้จริงและพร้อมขยายผล (Upscale) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างยั่งยืนครับ!

ข้อมูลจาก:

สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร. (2568). เปิดเมือง (ฉบับที่ 1 เดือนพฤษภาคม ปี 2568). กรุงเทพฯ: สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร.

ศูนย์การทดลองของเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Lab). (ม.ป.ป.). BCL101 Small changes for betterment: การทดลองเพื่อเปลี่ยนแปลงเมืองเบื้องต้น (BCL 101 YEAR BOOK). กรุงเทพฯ: ศูนย์การทดลองของเมืองกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สถาบันพัฒนาเมือง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช.

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสมัครหลักสูตร , สัมมนา , โครงการ ของสถาบันพระปกเกล้า  และ  นโยบายคุกกี้