Last updated: 15 พ.ค. 2569 | 202 จำนวนผู้เข้าชม |
Walter Bagehot ได้กล่าวถึงภารกิจอันเป็นสารัตถะของรัฐสภาไว้อย่างเรียกง่ายว่ารัฐสภาเป็นสถานที่ทำหน้าที่สำคัญอยู่สามประการ ได้แก่ ประการแรก ทำหน้าที่เป็นสถานที่ที่ใช้ในการแสดงออกทางความคิดของประชาชน ประการที่สอง ทำหน้าที่เป็นสถานที่ที่พูดในสิ่งที่ประเทศยังไม่รู้แต่ควรที่จะรู้ และประการสุดท้าย ทำหน้าที่เป็นสถานที่ที่ใช้ในการรับฟังสิ่งที่เราไม่อยากจะรับฟัง[1] และเมื่อกล่าวให้ลึกซึ่งมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพื้นที่ใช้ในการดำเนินภารกิจดังกล่าวของรัฐสภาจะสามารถแบ่งออกเป็นที่ประชุมของสภา (Plenary) และที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ (Committees) ซึ่งทั้งสองพื้นที่จะทำหน้าที่แตกต่างกัน กล่าวคือ แม้ว่าพื้นที่ในการแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับภารกิจของรัฐสภาทั้งสามประการจะถูกนำเสนอผ่านที่ประชุมของสภาเป็นหลัก แต่กระบวนแสวงหาและจัดทำเนื้อหาที่ถูกนำเสนอผ่านที่ประชุมของสภาล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากการทำงานในคณะกรรมาธิการเป็นสำคัญ จนกระทั่งมีผู้กล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในที่ประชุมของรัฐสภาเป็นเพียงแค่งานแสดงนิทรรศการต่อสาธารณะ แต่งานจริง ๆ ของรัฐสภาอยู่ในห้องประชุมของคณะกรรมาธิการ”[2]
สำหรับสาเหตุในทางทฤษฎีและในทางปฏิบัติที่เป็นเหตุให้งานของรัฐสภาเกิดขึ้นในห้องประชุมของคณะกรรมาธิการเป็นสำคัญได้ถูกอธิบายผ่านสองเหตุ คือ ขนาดขององค์กรที่สมาชิกในคณะกรรมาธิการจะมีจำนวนน้อยกว่าสมาชิกที่ประชุมในที่ประชุมของสภา และความเฉพาะทางที่สมาชิกที่สังกัดในคณะกรรมาธิการจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่คณะกรรมาธิการรับผิดชอบมากจึงทำส่งผลให้การทำงานที่ประชุมของคณะกรรมาธิการมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานในที่ประชุมของรัฐสภาในท้ายที่สุด[3]
โดยคณะกรรมาธิการของรัฐสภา (Parliamentary Committees) เป็นเครื่องมือที่รัฐสภาถ่ายโอนภารกิจและอำนาจของตนไปให้องค์กรย่อยที่ประกอบไปด้วยสมาชิกของรัฐสภาดำเนินการแทน โดยภารกิจของคณะกรรมาธิการได้แก่[4]
1) การพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมตัดถอนรายละเอียดร่างกฎหมาย
2) ภารกิจการติดตามการบริหาราชการแผ่นดินของรัฐบาล
3) ภารกิจดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณะ
เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจดังกล่าวลุล่วง คณะกรรมาธิการในรัฐสภาจึงมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและข้อบังคับการประชุมดังต่อไปนี้
· การจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐสภา
· อำนาจในแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ
· อำนาจในการเรียกบุคคลและเอกสารมาเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ
· อำนาจในการเข้าถึงและเผยแพร่เอกสารสาธารณะต่าง ๆ
· อำนาจเดินทางไปแสวงหาข้อเท็จจริงในพื้นที่นอกรัฐสภา
· อำนาจในการแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ
อ้างอิง
[1] Ivor Jennings, Cabinet Government, Cambridge: Cambridge university press, 1959, p. 520.
[2] Nicola Lupo, “Parliaments” in Roger Masterman and Robert Schütze eds.,The Cambridge Companion to Comparative Constitutional Law, Cambridge : Cambridge University Press, 2019, 335-360.
[3] Hilmar Rommetvedt, The rise of the Norwegian Parliament, London: Frank Cass and Company limited, 2005, p. 66.
[4] ibids.
ศุภณัฐ บุญสด
นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ
สถาบันพระปกเกล้า
15 พ.ค. 2569