สรุปกฎหมายใหม่จากอินโดนีเซีย 2026 : การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อคุ้มครองเด็ก

Last updated: 30 เม.ย 2569  |  22 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สรุปกฎหมายใหม่จากอินโดนีเซีย  2026 : การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อคุ้มครองเด็ก

กฎกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัล หมายเลข 9 ปี 2026 (Permenkomdigi No. 9/2026)

                  เป็นกฎหมายลูกที่ออกมาเพื่อใช้บังคับตามพระราชบัญญัติ หมายเลข 17 ปี 2025 ว่าด้วยการกำกับดูแลการให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการคุ้มครองเด็ก (PP TUNAS)

เริ่มมีผลบังคับใช้ : 6 มีนาคม 2026

วัตถุประสงค์
          เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์และกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาตรการสำคัญ รวมถึงการสั่งระงับบัญชีผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี

บริบทและความจำเป็น : ทำไมต้องบังคับใช้กฎหมาย
          1) ภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้น เด็กกลายเป็นผู้ใช้งานหลัก แต่ขาดศักยภาพในการรับมือกับความเสี่ยง
          2) การแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก เช่น ปัญหาการนำข้อมูลเด็กไปขายเพื่อการตลาด การแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากเด็ก ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็กจากสื่อออนไลน์ เป็นต้น
          3) เพื่อเป็นการยกระดับตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สอดคล้องกับ Age Appropriate Design Code (แนวทางที่กำหนดให้เว็บไซต์ แอป หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องออกแบบโดยคำนึงถึงเด็กเป็นหลัก) และสอดคล้องกับมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป

7 ด้านความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการต้องประเมิน

          การประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง (Self – Assessment) เสี่ยงสูงแม้เพียงด้านเดียวจะถูกประเมินว่าเป็นโปรไฟล์ความเสี่ยงสูง
              1) การติดต่อกับคนแปลกหน้า โดยประเมินความเสี่ยงที่เด็กจะเผชิญในการสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่รู้จักผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
             2) เนื้อหาไม่เหมาะสม (ลามกหรือมีความรุนแรง) ความเสี่ยงที่เด็กจะเข้าถึงเนื้อหาลามกอนาจาร เนื้อหาที่มีความรุนแรง เนื้อหาที่มีอันตรายต่อความปลอดภัยในชีวิต หรือเนื้อหาอื่น ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการทางร่างกาย สังคม อารมณ์และการเรียนรู้ของเด็ก
            3) การถูกแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ ความเสี่ยงที่เด็กจะตกเป็นเป้าหมายในการเสนอขายสินค้าหรือบริการ การถูกโฆษณาเจาะจง หรือการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อหวังผลกำไรทางการค้า
           4) ความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล ความเสี่ยงที่เกิดจากการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก เช่น การเก็บข้อมูลโดยไม่มีการกำกับดูแลจากผู้ปกครอง หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นค่าเริ่มต้น
           5) การทำให้เกิดอาการเสพติด (menimbulkan adiksi) ความเสี่ยงจากการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มากเกินไปหรือมีความถี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดจากการออกแบบเทคโนโลยีหรือฟีเจอร์ที่กระตุ้นให้เด็กใช้งานไม่หยุด
          6) ผลกระทบต่อสุขภาพจิต (gangguan Kesehatan psikologis anak) ความเสี่ยงที่เด็กจะเกิดความผิดปกติทางสภาวะอารมณ์ การเรียนรู้ หรือสภาวะทางสังคม ซึ่งมักเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเสี่ยงด้านอื่น ๆ เช่น การสัมผัสเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือการถูกกลั่นแกล้งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ 
          7) ผลกระทบต่อสุขภาพทางกาย (gangguan fisiologis anak) ความเสี่ยงต่อสภาพร่างกายหรือการทำงานทางชีววิทยาของเด็กที่เป็นผลโดยตรงจากการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์

หน้าที่ของผู้ให้บริการและบทลงโทษ

          หน้าที่ของผู้ให้บริการ : กลไกการยืนยันอายุ (Age Verification) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกประเภทต้องมีระบบคัดกรองที่แม่นยำและต้องลบข้อมูลทันที เมื่อยืนยันอายุเสร็จสิ้น ห้ามนำไปใช้ต่อ และต้องมีระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง

ลำดับบทลงโทษทางปกครอง
          - ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
          - ค่าปรับทางปกครอง
          - ระงับบริการชั่วคราว
          - การตัดการเข้าถึง (ปิดแพลตฟอร์ม)


แพลตฟอร์มต้องไม่ใช่แค่ “ให้บริการ” แต่ต้อง “รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของเด็กตั้งแต่การออกแบบ”
เพราะในโลกดิจิทัลยุคใหม่…ผู้ที่ไม่ปกป้องเด็ก ไม่ควรมีที่ยืนบนแพลตฟอร์ม

 



โดย อัจจิมา แสงรัตน์
นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ
สถาบันพระปกเกล้า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสมัครหลักสูตร , สัมมนา , โครงการ ของสถาบันพระปกเกล้า  และ  นโยบายคุกกี้