คณะกรรมาธิการฟังเสียงประชาชนอย่างไร : ช่องทางการสื่อสารที่ไม่ควรถูกมองข้าม

Last updated: 23 มิ.ย. 2569  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คณะกรรมาธิการฟังเสียงประชาชนอย่างไร : ช่องทางการสื่อสารที่ไม่ควรถูกมองข้าม

          ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐสภาของหลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินการในการเปิดเผยข้อมูลและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐสภา เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจของประชาชนในการดำเนินงานของรัฐสภา โดยการพัฒนารูปแบบการสื่อสารใหม่ ๆ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ซึ่งทำให้เกิดการสื่อสารสองทางมากขึ้น อีกทั้งรัฐสภาหลายประเทศก็มีแนวโน้มที่จะเปิดเผยการทำงานของคณะกรรมาธิการมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะการเผยแพร่การบันทึกการประชุม หรือการถ่ายทอดสดการประชุมเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจสามารถเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นได้อีกด้วย

ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับการรับฟังเสียงประชาชนของคณะกรรมาธิการ

          ตามรายงาน World e-Parliament Report 2012 ที่มีการระบุว่ารัฐสภาได้เสนอให้สมาชิกรัฐสภา สามารถเผยแพร่ภาพและเสียงจากการประชุมสภาและการประชุมของคณะกรรมาธิการบนโซเซียลมีเดียและเว็บไซต์ได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของรัฐสภาให้มีความโปร่งใส เข้าถึงได้ โดยเฉพาะการทำงานของคณะกรรมาธิการที่ต้องอาศัยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ทั้งนี้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมไม่ควรทำหน้าที่เพียงเผยแพร่ข้อมูลฝ่ายเดียวจากรัฐสภาสู่ประชาชน แต่ควรเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น เสนอปัญหา ติดตามความคืบหน้า และตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการได้อย่างเป็นระบบ โดยช่องทางการสื่อสารที่สำคัญ ดังนี้

1. เว็บไซต์ของรัฐสภาและคณะกรรมาธิการ

          ควรเป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นทางการ เพราะสามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และประชาชนสามารถเข้าถึงย้อนหลังได้ คณะกรรมาธิการควรใช้เว็บไซต์ในการเผยแพร่วาระการประชุม รายงานการประชุม เอกสารประกอบการพิจารณา รายงานผลการศึกษา และข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ รวมถึงช่องทางการส่งความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากประชาชน ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการจัดทำสรุปสาระสำคัญในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ค้นหาได้สะดวก และทำให้เกิดการติดตามจากประชาชน

          2. การถ่ายทอดสดและการเผยแพร่วิดีโอย้อนหลัง

          การถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของรัฐสภา ประชาชน สามารถเห็นกระบวนการพิจารณา การตั้งคำถาม การรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และท่าทีของคณะกรรมาธิการต่อประเด็นสาธารณะต่าง ๆ ได้โดยตรง นอกจากการถ่ายทอดสดแล้ว ควรมีการจัดเก็บวิดีโอย้อนหลังอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมภายหลังได้ ซึ่งจำเป็นต้องมีชื่อหัวข้อที่ชัดเจน ระบุวัน เวลา ประเด็นการประชุม และควรแบ่งช่วงเวลาตามประเด็นสำคัญเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

          3. สื่อสังคมออนไลน์

          สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, X, YouTube, TikTok หรือ Line Official Account เป็นช่องทางที่มีความสำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากประชาชนจำนวนมากติดตามข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เหล่านี้ จึงควรใช้เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์กำหนดการประชุม เผยแพร่ประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณา สรุปผลการประชุม และเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นช่องทางที่สื่อสารได้รวดเร็ว เข้าถึงประชาชนได้จำนวนมาก เปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารสองทาง อย่างไรก็ตามต้องมีแนวทางที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นทางการจนเกินไป ข้อมูลควรถูกต้อง กระชับ และเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลหลักเช่นเว็บไซต์ของรัฐสภาได้

          4. ระบบรับฟังความคิดเห็นออนไลน์

          ระบบรับฟังความคิดเห็นออนไลน์เป็นช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในประเด็นที่คณะกรรมาธิการกำลังศึกษา หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายและนโยบายสาธารณะ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบออนไลน์ หรือระบบ e-Consultation ที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นได้โดยตรง ช่องทางนี้มีความสำคัญที่จะทำให้เกิดการรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนได้เป็นจำนวนมากและสามารถวิเคราะห์เชิงประเด็นได้อย่างเป็นระบบ แต่ต้องมีการกำหนดกรอบคำถามให้ชัด ระบุเวลาและแจ้งให้ประชาชนทราบว่าความคิดเห็นจะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้การมีส่วนร่วมไม่ใช่เป็นเพียงการรับฟังเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นกระบวนการที่มีความหมายและตรวจสอบได้

          5. การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการประชุมสาธารณะ

          แม้ว่าช่องทางออนไลน์จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบพบปะโดยตรงยังคงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในประเด็นที่มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หรือกลุ่มเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้คณะกรรมาธิการได้รับฟังประสบการณ์จริง ปัญหาเชิงพื้นที่ และข้อเสนอที่อาจไม่ปรากฏในเอกสารทางราชการ โดยช่องทางนี้ควรออกแบบให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ไม่จำกัดเฉพาะผู้แทนหน่วยงาน หรือผู้นำหมู่บ้านเท่านั้น

           การเผยแพร่ข้อมูลของคณะกรรมาธิการในตัวอย่างกรณีต่างประเทศ

          - รัฐสภาของไอวอรี่โคสต์ที่มีการทำสรุปบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการตีพิมพ์เผยแพร่ต่อสาธารณะ

          - รัฐสภาของไซปรัสได้อนุญาตให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมาธิการ ภายใต้ข้อยกเว้นบางประการที่ต้องมีการปิดข้อมูลหรือประชุมแบบลับ

          - รัฐสภาเนเธอร์แลนด์ได้เปิดให้มีการทดลองเปิดการประชุมของคณะกรรมาธิการบางชุดต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้สังเกตการณ์และประชาชน ได้เห็นถึงการกำหนดวาระและวิธีการปฏิบัติในการจัดประชุม พิจารณาสืบสวน หรือการทำประชาพิจารณ์

          - รัฐสภาของไอวอรี่โคสต์ที่มีการทำสรุปบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการตีพิมพ์เผยแพร่ต่อสาธารณะ และในปี 2001 ได้เปิดอนุญาตให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าร่วมการประชุมและมีส่วนร่วมในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการทั้งหมด

          - ในแอฟริกาใต้ คณะกรรมาธิการเปิดให้บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชนเข้าร่วมได้เป็นปกติ และจะปิดหลังจากการอภิปรายอย่างเปิดเผยและได้รับความเห็นชอบจากสมาชิก

          - รัฐสภาออสเตรเลียได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการด้านการสื่อสารในการพัฒนากลยุทธ์การสื่อสาร และเครื่องมือสำหรับการสื่อสารต่อสาธารณะทำการศึกษาถึงการถ่ายทอดสดการประชุม ตลอดจนขยายการรายงานข่าวและกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการให้มีการเปิดเผยได้มากที่สุด

          ดังนั้น ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับคณะกรรมาธิการควรเป็นระบบที่ผสมผสานระหว่างช่องทางทางการ ช่องทางดิจิทัล ช่องทางสาธารณะ และช่องทางเชิงพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็น และติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมิใช่เพียงการส่งออกข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้เสียงของประชาชนย้อนกลับมาสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างแท้จริง

 

โดย 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสมัครหลักสูตร , สัมมนา , โครงการ ของสถาบันพระปกเกล้า  และ  นโยบายคุกกี้