การแต่งตั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย

Last updated: 25 มี.ค. 2569  |  393 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การแต่งตั้งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย

          ประชาธิปไตยสมัยใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของกระบวนการนิติบัญญัติ การตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร และการเชื่อมโยงกับประชาชนในฐานะผู้แทนราษฎร ภายใต้บริบทดังกล่าวภารกิจของ สส. มิได้จำกัดอยู่เพียงการเข้าร่วมประชุมและการลงมติเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมถึงการศึกษาข้อมูลเชิงลึก การวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายและนโยบาย ตลอดจนการสื่อสารและประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ด้วยเหตุนี้ การแต่งตั้งผู้ช่วยดำเนินงาน ผู้ชำนาญการและผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ สส. จึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการทำหน้าที่ของ สส. ในระบบรัฐสภาที่มีภาระงานสูงและต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้านที่หลากหลาย 

          ปัจจุบัน มีการกำหนดให้ สส. มีบุคลากรที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน รวมจำนวน 8 คน แบ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 1 คน  ผู้ชำนาญการ จำนวน 2 คน และผู้ช่วยดำเนินงาน จำนวน 5 คน โดยแต่ละตำแหน่งมีค่าตอบแทนที่แตกต่างกัน ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่สมาชิกกำหนด และผู้ที่ได้แต่งตั้งจะดำรงตำแหน่งได้เพียงตำแหน่งเดียว ไม่สามารถเป็นผู้ปฏิบัติงานให้แก่สมาชิกคนอื่นในตำแหน่งอื่นได้อีก  

ขั้นตอนในการแต่งตั้ง

          1) สส. เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระเบียบกำหนด ณ กลุ่มงานบริหารงานบุคคล สำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

          2) แนบคำรับรองประสบการณ์ (เนื่องจากแต่ละตำแหน่งกำหนดประสบการณ์ไว้แตกต่างกัน)

          3) ผู้ถูกเสนอชื่อยื่นแบบรายงานตัวและหลักฐาน

          4) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสารและหลักฐาน

          5) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกคำสั่งแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการและผู้ช่วยดำเนินงาน

2. การพ้นจากตำแหน่งของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงาน

          1) ตาย

          2) ลาออก

          3) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด

          4) ขาดคุณสมบัติ

          5) สส. แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่ประสงค์จะให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และให้สำนักงานเลขาฯ มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

          6) สมาชิกภาพของ สส. ได้สิ้นสุดลงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ได้มีการกำหนดให้บุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ไม่มีลักษณะต้องห้าม และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

Do : สิ่งที่ “ควรทำ” Don’t : สิ่งที่ “ไม่ควรทำ”

          แต่งตั้งตามคุณสมบัติที่ระเบียบกำหนด ตรวจสอบให้ครบ และเลือกคนจาก “ความสามารถ” มากกว่า “ความใกล้ชิด” โดยพิจารณาจาก

     - ความรู้ด้านกฎหมาย/นโยบาย

     - ทักษะวิเคราะห์ข้อมูล

     - ประสบการณ์งานรัฐสภา อย่าแต่งตั้งแบบ “โควตาญาติ-คนสนิท-เด็กฝาก”

                              เพราะเงินเดือนมาจากงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่ทรัพยากรส่วนตัวของ สส.

แต่งตั้งให้ตรงกับบทบาทงานจริง 

     - ผู้เชี่ยวชาญ : งานวิชาการเชิงลึก

     - ผู้ชำนาญการ : งานข้อมูล ญัตติ กระทู้

     - ผู้ช่วยดำเนินงาน : งานประสานงาน สนับสนุนภาคสนาม อย่าตั้งคนที่ไม่มีคุณสมบัติครบจริง แม้เอกสารผ่าน
แต่ถ้าขาดความสามารถจริง จะกลายเป็นการบ่อนทำลายคุณภาพรัฐสภา

มอบหมายงานตามหน้าที่ที่ระเบียบรองรับ และมอบหมายงานให้ชัดเจน เช่น

     - งานวิชาการ

     - งานข้อมูล

     - งานประสานประชาชน อย่าใช้ทีมงานทำธุระส่วนตัว เช่น งานบ้าน งานธุรกิจส่วนตัว และงานครอบครัว

          ตระหนักว่า สส. คือ “ผู้กำกับดูแลโดยตรง” ของทีมงานตนเอง ดังนั้นต้องตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติบุคคลอย่างรอบคอบ กำกับดูแลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และไม่ปล่อยปละละเลยการใช้อำนาจของทีมงาน อย่าคิดว่า “ทีมงานทำผิด ไม่เกี่ยวกับ สส.”  เพราะการปล่อยให้ทีมงานใช้อำนาจโดยไม่กำกับ กระทำผิดโดยไม่ตรวจสอบ หรืออ้างว่า “ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เกี่ยว” ย่อมถือเป็นการละเลยหน้าที่ในฐานะผู้ใช้อำนาจรัฐและเป็นความบกพร่องทางจริยธรรมของ สส. โดยตรง

            กำกับดูแลด้วยหลักธรรมาภิบาล ทั้งด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประเมินผลงานจริง  
โดย 
นางสาวอัจจิมา  แสงรัตน์ 
นักวิชาการ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ
สถาบันพระปกเกล้า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสมัครหลักสูตร , สัมมนา , โครงการ ของสถาบันพระปกเกล้า  และ  นโยบายคุกกี้