Last updated: 10 มี.ค. 2569 | 60 จำนวนผู้เข้าชม |
จากสถานการณ์ความรุนแรงที่โลกเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ คือ การเกิดขึ้นของสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล และอิหร่านนั้น ต่างเกิดจากการกล่าวอ้างกฎหมายระหว่างประเทศว่าตนมีอำนาจในการดำเนินการที่อยู่ภายใต้สภาวการณ์ความจำเป็น (Necessity) เพราะอาจมีภัยร้ายแรงคุกคามประเทศ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งอาศัยเหตุการรุกรานนี้เพื่อการป้องกันตนเอง (Self-defense) หลักกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องนำมาพิจารณาคือ หลักกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องพิจารณาว่า การดำเนินการด้วยอาศัยเหตุจำเป็นนั้นจะต้องดำเนินการเช่นไร ในทางกลับกัน การดำเนินการเพื่อการป้องกันตัวจะต้องดำเนินการเช่นไร การดำเนินการทั้งสองฝ่ายจึงจะถือว่าชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม
ภายใต้หลักแห่งความจำเป็นซึ่งเป็นหลักกฎหมายที่ได้รับการพัฒนาโดยนักกฎหมายชาวดัชท์ Hugo Grotius ในช่วงศตวรรษที่ 17 กำหนดว่ารัฐอาจใช้กำลังเพื่อป้องกันประโยชน์แห่งชาติ (Essential security interest) แต่การดำเนินการนั้นจะต้องเป็น
1. เพียงมาตรการเดียวที่สามารถทำได้ (Only means) โดยรัฐที่กล่าวอ้างเหตุจำเป็นจะต้องพิสูจน์ว่าการกระทำของตนและมาตรการที่เลือกใช้นั้นเป็นวิถีทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ เช่น การใช้วิธีการทางการทูต การเจรจา หรือขั้นที่รุนแรงที่สุดคือ การทำสงคราม
2. อยู่ในภยันตรายที่ร้ายแรง (In grave and imminent peril) ภยันตราที่รัฐจะยกเหตุแห่งความจำเป็นเพื่อกระทำการตอบโต้นั้นจะต้องเผชิญกับภยันตรายที่ร้ายแรงซึ่งหมายความว่าภยันตรายนั้นจะต้องก่อให้เกิดการคุกคามต่อความเป็นอยู่ของรัฐเป็นสำคัญ (Constitute a threat to the very existence of a state)
3. การกระทำที่เป็นภัยคุกคามนั้นกระทบต่อประโยชน์สูงสุดแห่งรัฐ (Affecting essential interest) โดยนัยสูงสุดหมายความถึงการกระทำต่อการดำรงอยู่ของรัฐ (The existence of State) และยังหมายความรวมถึงประโยชน์ทางด้านความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของรัฐด้วย
ในขณะที่การที่รัฐจะสามารถอ้างเหตุจำเป็น หรือป้องกันได้นั้นก็จะต้องดำเนินการไปเพียงเท่าที่ได้สัดส่วนต่อภยันตรายและวัตถุประสงค์ในการอ้างสิทธิ (Proportionate to the objective pursued) หรือที่เรียกว่า หลักความได้สัดส่วน (The principle of proportionality) กล่าวคือ จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม (reasonable) ในการเลือกใช้มาตรการในการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้โดยจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่น้อยที่สุดที่จะกระทบต่อสังคมโดยรวม (least restrictive means) ตัวอย่างเช่น หากอิหร่านต้องการอาศัยเหตุแห่งการป้องกันในการตอบโต้ผู้ที่ก่อภัยเพื่อให้ตนเองพ้นภัยก็จะต้องกระทำโดยตรงต่อผู้ก่อภัยในสัดส่วนที่สามารถยับยั้งการก่อภัยนั้นได้และต้องสร้างข้อจำกัดให้น้อยที่สุดเพื่อการป้องกันสังคมโดยรวม เช่น การไม่โจมตีที่พักอาศัยของพลเมืองตามหลักมนุษยธรรมแม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ตาม
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย มงคลเกียรติศรี
นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ
วิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า
9 มี.ค. 2569