Last updated: 4 ส.ค. 2569 | 93 จำนวนผู้เข้าชม |
ประเทศไทยนับได้ว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการพัฒนาธุรกิจการบริการโดยเฉพาะในหมวดของธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งธุรกิจบริการในหมวดของการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกหนึ่งหมวด คือ ธุรกิจโรงแรมและที่พักที่การประกอบธุรกิจการบริการในลักษณะเช่นนี้ย่อมต้องพึ่งพาปัจจัยในการขับเคลื่อนที่สำคัญและเกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง คือ “คน” ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของ เจ้าของโรงแรมที่จะต้องว่าจ้างพนักงานเป็นจำนวนมากในการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับแขกที่เข้าพักของโรงแรมที่มารับบริการ และหากพิจารณาเพิ่มเติมแล้วจะพบว่า กิจการที่ให้บริการนั้นยังมีบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เช่น ผู้ที่ให้บริการในการซักรีดผ้าปูที่นอนและเครื่องใช้อื่น ๆ การให้บริการอาหารที่จะต้องมีการติดต่อกับผู้ผลิตไม่ว่าทางตรง (เจ้าของฟาร์ม หรือสวนผัก) หรือทางอ้อม (ผู้ค้าปลีก หรือผู้ค้าส่งวัตถุดิบในการประกอบอาหาร)
ดังนั้น การตรวจสอบผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) โดยแนวความคิดในการตรวจสอบผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านนี้สืบเนื่องมาจากกรอบความคิดที่เกิดขึ้นจากความพยายามของสหประชาชาติ (United Nations: UN) ที่ต้องการกำหนดกรอบให้ภาคธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน มีการนำเสนอและรับรองโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในปีค.ศ. 2011 เพื่อตอบสนองต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการประกอบธุรกิจทั่วโลก หรือที่เรียกว่า United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่สำคัญ หรือ “เสาหลักที่สำคัญ” ไว้ 3 เสาหลักด้วยกัน คือ
1. การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Protect) กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะโดยองค์กรของรัฐเอง หรือบุคคลที่สาม ซึ่งหมายความรวมถึงองค์กรธุรกิจด้วย กล่าวคือ รัฐจำต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของปัจเจกชนภายในดินแดนของตนเอง ทั้งนโยบาย กฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรมเพื่อป้องกัน สอบสวน ลงโทษ และเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
2. การเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect) หมายความว่าองค์กรและบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรธุรกิจนั้นจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชน นับว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ระบุความคาดหวัง (Expectation) จากภาคธุรกิจให้ดำเนินธุรกิจโดยเคารพต่อสิทธิมนุษยชน โดยเสนอแนวทางที่ภาคธุรกิจสามารถระบุ (Identify) ผลกระทบทางลบที่อาจเกิดจากการประกอบธุรกิจที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนเสนอแนวทางที่ภาคธุรกิจในการกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา หรือผลกระทบดังกล่าว
3. การเยียวยา (Remedy) เสาหลักที่สามถือเป็นมาตรการสำคัญอีกประการในการประเมินสิทธิมนุษยชนรอบด้าน กล่าวคือ เมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น รัฐจะต้องจัดให้มีการเยียวยาที่เหมาะสม และไม่ชักช้า โดยอาจเป็นรูปแบบในเชิงแบบพิธี หรือไม่ก็ได้ เช่น การขอโทษ กระบวนการในการร้องเรียนภายในองค์กร ไปสู่การระงับข้อพิพาทโดยองค์กรยุติธรรม รวมทั้งกลไกการเยียวยาต้องเป็นอิสระ โปร่งใส และต้องมีกระบวนการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ (Independence, Transparency, and Effectiveness)
โดยรูปแบบและกลไกของการเยียวยา (Access to Remedy and Grievance mechanism) นั้น อาจเป็นรูปแบบที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนกระทั่งถึงกระบวนการที่รัฐที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น 1) การกล่าวคำขอโทษ (Apology) ซึ่งเป็นกลไกการเยียวยาที่ง่ายและไม่ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด 2) การกลับคืนสู่สถานะเดิม (Restitution) เช่น การทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง หรือความเสียหายทางทรัพย์สินให้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่เคยเป็นอยู่ 3) การฟื้นฟูสภาพ (Rehabilitation) เช่น การซ่อมแซมทรัพย์ให้กลับคืนสภาพเดิม หรือการฟื้นฟูให้กลับมามีสมรรถนะดังเดิม 4) การชดเชย (Compensation) เช่น การจ่ายเงินค่าชดเชยแทนความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือ 5) การลงโทษเชิงปราบปราม (Punishment Sanctions) เช่น การทัณฑ์บน โดยกระบวนการเยียวยานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ อาทิ กลไกของรัฐในกระบวนการยุติธรรม เช่น การนำคดีขึ้นสู่ศาล หรือกลไกของรัฐนอกกระบวนการยุติธรรม เช่น การร้องเรียนต่อกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน การไกล่เกลี่ย และกลไกอื่นที่ไม่ได้จัดตั้งโดยรัฐ เช่น กระบวนการภายในขององค์กรเอกชนเอง
ดังนั้น ในธุรกิจโรงแรมนั้นจึงอาจต้องมีกลไกภายในขององค์กรในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสียของธุรกิจโรงแรม หรือที่เรียกว่า “ห่วงโซ่คุณค่า” ทางธุรกิจ (Value chain) ทั้งสามเสาหลัก คือ การคุ้มครอง การเคารพ และการเยียวยา ที่อาจเป็นกระบวนการเยียวยาที่เรียบง่ายที่สุด เช่น การกล่าวคำขอโทษไปจนกระทั่งถึงการดำเนินการอย่างเป็นทางการ เช่น การนำเอาประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือองค์กรอื่น ๆ แม้แต่กระบวนการภายในของโรงแรมเอง
โดย