ใต้ฟ้าประชาธิปก: การเลือกตั้งทางอ้อมครั้งแรกและครั้งเดียว ในพ.ศ. 2476

Last updated: Feb 18, 2019  |  1168 จำนวนผู้เข้าชม  |  อื่นๆเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ใต้ฟ้าประชาธิปก: การเลือกตั้งทางอ้อมครั้งแรกและครั้งเดียว ในพ.ศ. 2476

ใต้ฟ้าประชาธิปก: การเลือกตั้งทางอ้อมครั้งแรกและครั้งเดียว ในพ.ศ. 2476

ฉัตรบงกช ศรีวัฒนสาร
นักวิชาการผู้ชำนาญการ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ประเทศไทยของเรามีระบอบการปกครองประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข หากจะย้อนศึกษาที่มาที่ไปของการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2476 หลังจากที่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ประมาณ 1 ปี ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

การเลือกตั้งครั้งแรกนั้นน่าสนใจว่าเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมครั้งเดียวเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  จุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่เป็นคนไทยมีสิทธิในการเลือกตัวแทนไปบริหารบ้านเมือง เป็นช่วงที่พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นประเทศไทยมีเพียง 70 จังหวัด และมีการเลือกตั้งผู้แทนได้จังหวัดละ 1 คน ยกเว้นจังหวัดพระนคร อุบลราชธานี มีผู้แทนได้ 3 คน  เชียงใหม่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา มีผู้แทนได้ 2 คน

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยทางอ้อมครั้งนั้นมีผู้ใช้สิทธิร้อยละ 41.5 ได้สมาชิกผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 จำนวน 78 คน เป็นนักกฎหมายถึง 21 คน ข้าราชการประจำ 16 คน  นักธุรกิจ 15 คน ข้าราชการเกษียณหรือลาออกแล้ว 11 คน ทั้งหมดเป็นชายอายุระหว่าง 30-49 ปี[1] และมีผู้แทนจากการแต่งตั้งอีก 78 คน รวม 156 คน[2] จัดตั้งเป็นรัฐบาลเมื่อ 86 ปีที่แล้ว

พระราชทัศนะของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนั้นว่า การเลือกตั้งที่ได้มีขึ้นนั้นดูจะสะอาดพอใช้ และทรงดีพระราชหฤทัยว่า ผู้สมัครจากกรุงเทพฯ ส่วนมากไม่ได้รับเลือกตั้งในต่างจังหวัด กลับมีคนท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงได้รับเลือก และมีความตั้งใจจะวางตัวเป็นอิสระ ทรงเห็นว่าพระยาเทพหัสดิน (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จังหวัดพระนคร น่าจะเป็น ส.ส. ที่มีสติปัญญาและมีความกล้า พระองค์ทรงเห็นว่ามี ส.ส. จำนวนไม่น้อยที่ไม่วางใจในหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทหารที่คาดว่าหลวงประดิษฐ์มนูธรรมจะต่อต้านการใช้จ่ายด้านทหาร และอีกส่วนหนึ่งเห็นว่าเขามีความโน้มเอียงไปทางลัทธิคอมมิวนิสต์ ในขณะเดียวกันทรงมีพระราชหฤทัยหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะมีมติไม่ทำอะไรผลุนผลันและจะทัดทานฝ่ายทหารไว้ได้บ้าง[3]

ปัจจุบันการเลือกตั้งได้มีการพัฒนารูปแบบมากขึ้น เห็นได้จากการเลือกตั้งไม่ได้จำกัดเพียงเลือกคณะรัฐบาล ในระดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เท่านั้น ยังมีการเลือกตั้งผู้แทนในระดับท้องถิ่นด้วย อาทิ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้มี “ผู้แทน” ในทุกระดับเพื่อเข้าไปบริหารและนำพาซึ่งการพัฒนาและความเจริญของท้องถิ่นและประเทศต่อไป

[1]  นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (2535) การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 กรุงเทพฯ :มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 277-284.
[2] http://www.netelection.org. การเลือกตั้งนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร  สืบค้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562.
[3] พฤทธิสาณ ชุมพล ม.ร.ว. (2560).ประชาธิปก ประชาธิปไตย. พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ :สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 213.

Powered by MakeWebEasy.com