สันติวัฒนธรรมของพรรคการเมือง...ประเทศเราก็มี

Last updated: Jan 28, 2019  |  1800 จำนวนผู้เข้าชม  |  พรรคการเมือง

สันติวัฒนธรรมของพรรคการเมือง...ประเทศเราก็มี

สันติวัฒนธรรมของพรรคการเมือง...ประเทศเราก็มี

อภิญญา ดิสสะมาน นักวิชาการผู้ชำนาญการ
สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล
#ความเห็นส่วนตัว

เมื่อกล่าวถึงคำว่าสันติวัฒนธรรม/ สันติวิธี หลายๆ คนคงคิดไปแตกต่างกันตามประสบการณ์ ทัศนคติและความตระหนักรู้ของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่จะเกิดขึ้น คือ จะเกิดความรุนแรงทางการเมืองอีกไหมหลังเลือกตั้ง 2562? คำตอบ ...คือ ไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากกระบวนการเข้าใจและการนำสันติวิธีให้อยู่ในวิถีของการเมืองไทยได้นั้นมีมากเพียงไร แต่ละพรรคการเมืองเข้าใจคำว่า “สันติวิธี” อย่างถ่องแท้เพียงใดและเมื่อเข้าใจแล้วพรรคการเมืองสามารถนำสันติวิธี ไปปฏิบัติป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงได้อีกหรือไม่ ...

และเมื่อธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา 25 พรรคการเมืองได้มีพิธีลงนาม “สัญญาที่พรรคการเมืองขอให้ไว้แก่ประชาชน” เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 จะเป็นการเลือกตั้งที่  เสรี สุจริต และเที่ยงธรรม โดยพรรคการเมืองจะหาเสียงเลือกตั้งด้วยกระบวนการที่มีจรรยาบรรณและการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเป็นไปโดยเคารพเสียงและความต้องการของประชาชน

สัญญาที่พรรคการเมืองทำร่วมกันก่อนการเลือกตั้ง  ประกอบด้วย

  1. พรรคการเมืองจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้งและปฏิบัติตามระเบียบของ กกต. ที่กำหนดขึ้นตามหลักนิติธรรมและตามมาตรฐานสากล
  2. พรรคการเมืองจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการซื้อเสียง
  3. พรรคการเมืองพร้อมที่จะต่อต้านการใช้กลไกหรือทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง
  4. และจรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดที่ทาง Institute for Democracy and Electoral Assistance หรือ IDEA ระบุไว้ชัดเจนและเป็นประเด็นสำคัญคือ การยอมรับผลการเลือกตั้งอันถือว่าเป็นการสะท้อนถึงเสียง (Voice) และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ก่อนที่จะเลือกตั้งแน่นอนวิธีการและยุทธศาสตร์ของการหาเสียงต้องมี เพื่อให้ได้คะแนนเสียงที่จะทำให้พรรคของตนเองได้คะแนนมากที่สุดในการบริหารประเทศแต่ต้องมียุทธวิธีในการหาเสียงของแต่ละพรรคย่อมแตกต่างกันไป เนื่องจากอัตลักษณ์และความนิยมดั้งเดิมของแต่ละพรรคย่อมไม่เหมือนกัน การชูประเด็นนโยบายเพื่อประชาชน การทำนโยบายของพรรคเพื่อให้เกิดขึ้นจริงก็อย่างเป็นรูปธรรม เช่น บางพรรคการเมืองบอกว่าจะประกันความยากจนของประชาชนและจะไม่ให้ประชาชนไทยมีรายได้อยู่ใต้เส้นความยากจนอีกต่อไป บางพรรคเปิดตัวนโยบาย ไทย 2 เท่า คือไทยเท่าเทียม (คุณภาพชีวิต) และไทยเท่าทัน (เท่าทันโลก) เป็นต้น ซึ่งการหาเสียงก็จะเป็นบรรยากาศที่คึกคักและน่าติดตามว่าพรรคไหนจะชนะใจประชาชนในอย่างแท้จริง และตั้งอยู่บนสันติวิธี

เมื่อกล่าวถึงสันติวิธี หรือสันติวัฒนธรรมในพรรคการเมืองของประเทศไทยเป็นสิ่งที่ท้าทาย และจับต้องยากกว่าคะแนนเสียง

การจะวัดระดับสันติวัฒนธรรมในพรรคการเมือง (Culture of Peace in Political
Parties) ซึ่งทางสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้าได้กำลังจัดทำงานวิจัยเรื่อง “สันติวัฒนธรรมของพรรคการเมืองใหญ่” โดยองค์การสหประชาชาติ ได้ให้คำจำกัดความของสันติวัฒนธรรมคือ กระบวนการบูรณการในการป้องกันความรุนแรงหรือความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการศึกษาสันติวิธี การส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ร่วมกัน ความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย การมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย การยอมรับกันได้ และการลื่นไหลของข้อมูลข่าวสารและไม่ใช้อาวุธรุนแรงประหัตประหารกัน ( UN,http://www.culture-of-peace.info/copoj/definition.html )

นอกจากนี้ จากการทบทวนวรรณกรรมของงานวิจัยชิ้นนี้พบ 7 ตัวชี้วัด ( indicators ) หลักในการวัดสันติวัฒนธรรมคือ

  • ตัวชี้วัดที่ 1 : ตัวชี้วัดด้านสิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียม ไม่เหลื่อมล้ำ ไม่เลือกปฏิบัติ
  • ตัวชี้วัดที่ 2 : ตัวชี้วัดด้านการพัฒนาที่มีส่วนร่วมโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับกระบวนการปกครองระบอบประชาธิปไตย
  • ตัวชี้วัดที่ 3 : ตัวชี้วัดด้านความเท่าเทียมทางเพศสภาพ ชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา
  • ตัวชี้วัดที่ 4 : ตัวชี้วัดด้านการมีอิสระ/เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ เช่นอิสระในการแสดงออกทางการเมืองภายในพรรคของท่านได้ในระดับใด (การแสดงความเห็น  การรวมกลุ่มภายในพรรค)  หรือพรรคของท่านเน้นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองในทุกระดับตั้งแต่ระดับชุมชนจนไปถึงระดับชาติ
  • ตัวชี้วัดที่ 5 : ตัวชี้วัดความทนกันได้/ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
  • ตัวชี้วัดที่ 6 : ตัวชี้วัดด้านการสื่อสารสองทางเพื่อความเข้าใจและสันติ เช่นมีการตั้งวงคุยกัน การประชุมพรรคในประเด็นที่ไม่สามารถลงความเห็นผ่านการโหวตได้ พรรคของท่านมักจะใช้กระบวนการพูดคุยเพื่อหาฉันทามติ (Consensus) สำหรับหาทางออกในการแก้ปัญหานั้น หรือพรรคของท่าน พรรคของท่านเป็นพรรคที่เปิดโอกาสให้ลูกพรรคได้รับทราบข่าวสารที่สำคัญภายในพรรคอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
  • ตัวชี้วัดที่ 7 : ตัวชี้วัดด้านการไม่ใช้ความรุนแรงทั้งงทางตรงและทางอ้อม

สถานการณ์ในช่วงต้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งของประเทศใน พ.ศ. 2562 นั้น เป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลมต่อกระบวนการปรองดองหรือไม่อย่างไร

กระบวนการทั้งหมดที่พรรคการเมืองแสดงเจตนารมณ์ออกมานั้นมีประชาชนในโลก Cyber ย่อมเฝ้าตรวจสอบและดูกระบวนการหาเสียงและกระบวนการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส แม้ว่าในช่วงต้นของการที่จะมีการเลือกตั้งจะการปล่อยข่าว หรือมีการทำให้เสียชื่อเสียงหรือ discredit ในแต่ละพรรค โดยเฉพาะพรรคที่เป็นเป้านิ่ง

อย่างไรก็ตามยังไม่เห็นสถานการณ์ที่มีความรุนแรงในเชิงประจักษ์อาจจะเป็นเพราะการที่มีการปักหมุด Road Map ของการเลือกตั้งไว้ และผนวกกับวัฒนธรรมทางการเมืองไปปรากฏที่หน้าจอของโลก social media (การแสดงออกปรากฏบนหน้าจอมากกว่าบนถนน)  

พรรคการเมืองใดจับจุดวัฒนธรรมทางการเมืองไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างประชาธิปไตยได้จากฐานราก และโดนใจประชาชนในกระแสการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นก็จะได้เปรียบคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง เช่น พรรคใดก็ตามมีการเปิดช่องทางให้ปัจเจกได้มีโอกาสโหวตนโยบายพรรค โดยให้ทุกกลุ่มบุคคลร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังพลเมือง  (inclusion: a voice for all) หรือพรรคใดก็ตามเปิดโอกาสทางข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น  (openness: electronic provision of information) แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักของความปลอดภัยส่วนบุคคลและสันติวิธี

นอกจากนี้พรรคการเมืองต้องยอมรับฟังเสียงการตอบสนองของประชาชนโดยการปรึกษาหารือในเชิงแสวงหาทางออกร่วมกัน ( deliberative democracy ) ให้มากขึ้น ...เชื่อว่าทั้งหมดนี้ พรรคการเมืองของประเทศไทยยังมี... โดยทำให้เกิดจริงและตั้งอยู่บนผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง


Powered by MakeWebEasy.com