ความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง...ใครต้องรับผิดชอบบ้าง???

Last updated: Jan 15, 2019  |  1120 จำนวนผู้เข้าชม  |  การบริหารจัดการการเลือกตั้ง

ความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง...ใครต้องรับผิดชอบบ้าง???

ความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง...ใครต้องรับผิดชอบบ้าง???

 

ปัทมา สูบกำปัง

นักวิชาการผู้ชำนาญการ สำนักวิจัยและพัฒนา

#ความคิดเห็นส่วนตัว

         

เมื่อถามว่าประชาชนชาวไทยอยากเลือกตั้งหรือไม่? คำตอบคงสอดคล้องต้องตรงกันกับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยสถาบันพระปกเกล้าที่พบจากการสำรวจสองครั้งติดต่อกัน โดยกลุ่มตัวอย่างมากถึงร้อยละ 90.8 และร้อยละ 87.2 ที่มีความมุ่งมั่นในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง[1] ไม่น่าแปลกใจ แต่เมื่อเห็นผลสำรวจในคำถามเกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้ง คำตอบที่ได้สร้างความวิตกและกังวลใจอย่างยิ่งว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในโอกาสต่อไปนี้ จะทำให้การเมืองไทยกลับเข้าสู่โหมดของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาได้อย่างราบรื่นหรือไม่  เพราะมีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 12.6 เท่านั้นที่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้ง “อย่างมาก” ร้อยละ 33.9 “ค่อนข้างเชื่อมั่น” ในขณะที่ร้อยละ 37.5 “ไม่ค่อยเชื่อมั่น” และร้อยละ 16.1 “ไม่เชื่อมั่นเลย” 

 
จากผลสำรวจดังกล่าว หากจะสรุปว่าเกิดวิกฤติศรัทธาต่อการเลือกตั้งคงไม่เกินเลยไปนัก จำนวนสัดส่วนประชาชนที่ไม่เชื่อมั่นเลยคือ 16.1 ซึ่งมากกว่าที่เชื่อมั่นมากคือ 12.6  และผลรวมกลุ่มที่เชื่อมั่นคือ 46.5 ในขณะที่กลุ่มที่ไม่เชื่อมั่นคือ 53.6 


เมื่อเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ คงต้องตั้งคำถามดังๆ ไปยัง กกต. ในฐานะองค์กรตรวจสอบอิสระที่รัฐธรรมนูญมอบบทบาทในการดูแลบริหารจัดการและตรวจสอบการเลือกตั้งว่ามีแนวทางดำเนินการอย่างไรบ้าง?


ในกรอบบทบาทอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งรัฐธรรมนูญสลับคำเป็น “หน้าที่และอำนาจ” ดังที่ปรากฏอยู่ในมาตรา 224 –226  และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ กล่าวได้ว่า กกต. นั้นมีบทบาทอำนาจหน้าที่ทั้งด้านบริหารจัดการอำนาจในด้านนิติบัญญัติ คือ การออกกฎเกณฑ์ กติกาและคำสั่งต่างๆ และอำนาจในด้านกึ่งตุลาการ (Quasi-Judicial) วินิจฉัยชี้ขาดการเลือกตั้ง  


ในส่วนบทบาทอำนาจหน้าที่ด้านบริหารจัดการเลือกตั้งนั้น คงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในปัญหาวิกฤติศรัทธาและความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งดังกล่าว เพราะมีบทบัญญัติกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งถึงบทบาทของ กกต. ในการส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ[2] 


ความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งของประชาชนชาวไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อก้าวย่างต่อจากนี้ ท่ามกลางความเข้มขนและเดิมพันสูงในการแข่งขันการเลือกตั้งหรือการเข้าสู่อำนาจรัฐของสองขั้วหลัก บรรยากาศความเคลือบแคลง สงสัยและไม่ไว้วางใจฝ่ายตรงข้าม รวมถึงกรรมการกลางด้วยแล้ว ยิ่งซ้ำเติมด้วยวิกฤติศรัทธาและความไม่เชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งว่าจะเป็นเครื่องมือคัดสรรคนเข้าสู่อำนาจรัฐได้อย่างสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ เช่นนี้แล้วการเลือกตั้งอาจกลายเป็นกับดักประชาธิปไตยอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2549 และ 2557


[1]  สถาบันพระปกเกล้า. ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ประชาชนพร้อมหรือยังกับการเลือกตั้ง” ในโครงการ ‘จับตาการเลือกตั้ง 62 (Election’ 62 Watch) วันที่ 10 ธันวาคม 2561  และผลสำรวจความคิดเห็น (Quick Survey ครั้งที่ 2) เรื่อง การรับรู้ เกณฑ์การตัดสินใจ และการยอมรับผลการเลือกตั้งของประชาชน ในโครงการ ‘จับตาการเลือกตั้ง 62 (Election’ 62 Watch) วันที่ 4 มกราคม 2562

[2] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 22 (5)

 

Powered by MakeWebEasy.com