ถ้าไม่ไปเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง?

Last updated: Jan 17, 2019  |  38175 จำนวนผู้เข้าชม  |  ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ถ้าไม่ไปเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง?

ถ้าไม่ไปเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง?



นายปุรวิชญ์ วัฒนสุข
นักวิชาการ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง


รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 (7) ได้บัญญัติให้หน้าที่หนึ่งของประชาชนชาวไทย คือ "ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ" ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ การไม่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงย่อมทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกจำกัดสิทธิบางประการไป

 
สิทธิที่จะถูกจำกัดหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมิได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นมิใช่เหตุอันสมควร พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 35 ได้บัญญัติถึงสิทธิที่จะถูกจำกัดไว้ 5 ประการ คือ

1.        ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

2.        สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือ สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

3.        สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

4.        ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

5.        ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้ การจำกัดสิทธินี้มีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่หากการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิอีก ให้นับเวลาการจำกัดสิทธิจากวันที่มิได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ กำหนดเวลาที่ถูกจำกัดสิทธิจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเหลืออยู่เท่าใดให้สิ้นสุดลง


หากเราไม่สามารถออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เราอาจใช้สิทธิแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตามมาตรา 33 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่บัญญัติไว้ว่า “ในการเลือกตั้งครั้งใด ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจใช้สิทธิต่อบุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไว้ในแต่ละเขตเลือกตั้งภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้งหรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ให้ดำเนินการแจ้งตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ การแจ้งเหตุดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิที่ผู้นั้นจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง" โดยการแจ้งเหตุนี้ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเป็นหนังสือหรือโดยวิธีการอื่นเพื่อชี้แจงเหตุดังกล่าว โดยอาจมอบหมายให้บุคคลใดไปยื่นต่อบุคคลซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งแทน หรือจัดส่งหนังสือชี้แจงเหตุนั้นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้”


รือ หากว่าเราไม่ใช้สิทธิแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เราอาจใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งหรือนอกเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 107 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 โดยยื่นขอลงทะเบียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดได้เช่นกัน ซึ่งหากผู้ใดที่ลงทะเบียนใช้สิทธิก่อนวันเลือกตั้งทั้งในและนอกเขตเลือกตั้งและได้ไปใช้สิทธิแล้ว แต่หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่และมิได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ ให้ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นการแจ้งเหตุอันสมควรและไม่ถูกจำกัดสิทธิ ตามมาตรา 108 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561


 
การไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงเป็นกระบวนการทางการเมืองที่สำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน การไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งย่อมทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกจำกัดสิทธิในทางการเมืองถึง 5 ประการ เป็นระยะเวลาถึง 2 ปี ซึ่งเป็นสิทธิที่สำคัญและเป็นการถูกจำกัดสิทธิเป็นระยะเวลานาน ฉะนั้น ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ เราควรออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของเรา ทั้งในฐานะการทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และเป็นการรักษาสิทธิในทางการเมืองของตนเอง และเป็นการร่วมกำหนดอนาคตของประเทศจากปลายปากกาของเราในคูหาเลือกตั้ง

 

Powered by MakeWebEasy.com