Vote no ครั้งนี้มีความหมาย

Last updated: Mar 20, 2019  |  868 จำนวนผู้เข้าชม  |  ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

Vote no ครั้งนี้มีความหมาย

Vote no ครั้งนี้มีความหมาย

นางอภิรมย์ สุวรรณชาติ
นักวิชาการเทคโนโลยีและสารสนเทศ สถาบันพระปกเกล้า

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ในวันที่ 24 มีนาคม 2562  จะมีการคิดคำนวนคะแนนในรูปแบบใหม่ ซึ่งอยู่บนฐานคิดที่ว่า “ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย” ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกพรรคใด พรรคที่เลือกจะได้เป็นผู้ชนะ หรือพรรคที่เลือกจะแพ้ คะแนนเสียงนั้นก็จะถูกนำไปคำนวณ สัดส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อต่อไป

 
อ้าว !!! แล้ว...คะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ไม่เลือกผู้สมัครใด หรือ Vote No ละจะไปไหน ? 

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “Vote No”  กับ  “No Vote” เพื่อป้องกันความสับสน

Vote No คือ การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปออกเสียงลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด โดยการทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมาย “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”

ส่วน No Vote คือ การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมิได้แจ้งเหตุอันควรที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ หรือการนอนหลับทับสิทธินั่นเอง การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปเลือกตั้ง จะมีผลทำให้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และจะได้สิทธิทางการเมืองคืนมาก็ต่อเมื่อไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

ในการเลือกตั้งปี 2562 ถ้าคะแนน Vote No มีคะแนนสูงกว่าคะแนนของ ส.ส. ผู้ชนะในเขต ให้การเลือกตั้งในเขตนั้นถือว่า เป็น “โมฆะ” คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา  126

“เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรายใดได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้น ให้คณะกรรมการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และมิให้นำคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนที่ได้รับจากการเลือกตั้งครั้งก่อนไปใช้ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการให้มีการรับสมัครผู้สมัครใหม่ โดยผู้สมัครเดิมทุกรายไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่นั้น”

หากคะแนน Vote No มีคะแนนมากกว่าคะแนนของ ส.ส. ในเขตที่มีคะแนนสูงสุดนั้น  Vote No ในเขตนั้นย่อมส่งผลให้
1.    การเลือกตั้งในเขต ถือเป็นโมฆะ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
2.    คะแนนในการเลือกตั้งในเขต ที่มีการระบุว่าเป็นโมฆะ จะไม่ถูกนำไปคำนวณ
3.    ผู้สมัคร ส.ส. ของทุกพรรคในเขตนั้น จะถูกตัดสิทธิไม่สามารถลงสมัครในเขตนั้นได้อีก
4.    ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เกิดขึ้นหลายพื้นที่ จนทำให้ได้ ส.ส. ทั่วประเทศ ไม่ถึง 475 คน หรือมีการโมฆะ เป็นจำนวน 25 เขตเลือกตั้งขึ้นไป จะส่งผลให้ไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้[1]

1 เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง เพราะ Vote No เป็นสิ่งสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน

[1] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 84   (2560, 6 เมษายน).  ราชกิจจานุเบกษา.  เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก.  หน้าที่ 22.  

Powered by MakeWebEasy.com