พลเมืองกับการเลือกตั้ง : การเลือกตั้งที่เป็นมากกว่าหน้าที่

Last updated: Feb 28, 2019  |  3429 จำนวนผู้เข้าชม  |  ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

พลเมืองกับการเลือกตั้ง : การเลือกตั้งที่เป็นมากกว่าหน้าที่

พลเมืองกับการเลือกตั้ง : การเลือกตั้งที่เป็นมากกว่าหน้าที่


จารุวรรณ แก้วมะโน
นักวิชาการ สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง
#ความคิดเห็นส่วนตัว

การเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562  ในฐานะพลเมืองจำเป็นต้องทราบและต้องให้ความสนใจ เนื่องจากการเลือกตั้งถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ในหมวดที่ 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย จึงมีความชัดเจนว่าการเลือกตั้งนั้นเป็น “หน้าที่” ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ 

นอกจากนั้น ในรัฐธรรมนูญยังได้บัญญัติไว้ว่าหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต้องเสียสิทธิอะไรบ้าง ดังปรากฎในหมวดที่ 7 ว่าด้วยเรื่องรัฐสภา ในส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร มาตรา 95 วรรคสาม บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่ง ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมิได้แจ้งเหตุอันสมควรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจถูกจำกัดสิทธิบางประการตามที่กฎหมายบัญญัติ” โดยในมาตรา 35 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 ได้กำหนดว่าผู้ไม่ไปเลือกตั้ง จะต้องเสียสิทธิหลายประการ คือ ผู้นั้นจะไม่สามารถยื่นคัดค้านการเลือกตั้งได้ ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.  ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่น แม้แต่ลงสมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่อาจกระทำได้เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ ตาม พ.ร.ป. ยังระบุอีกว่าผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะไม่อาจดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง รวมไปถึงการดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นระยะเวลาสองปีนับแต่วันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ข้างต้นเป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญว่าเพราะเหตุใดพลเมืองไทยจำเป็นต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แท้จริงแล้วการไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีความสำคัญมากกว่าการเป็นหน้าที่ของพลเมืองเท่านั้น เพราะการเลือกตั้งได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในเงื่อนไข “พื้นฐาน” ที่สำคัญของการเป็นประชาธิปไตย  ในฐานะการแสดงออกซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของพลเมือง การเลือกตัวแทนนั้นเป็นการยืนยันความคิดเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน การเลือกตั้งจึงเป็นมากกว่าคุณค่าในฐานะคุณธรรมพื้นฐานของประชาธิปไตย

ในทางปรัชญาการเมืองการเลือกตั้งนับเป็นกลไกหนึ่งที่สามารถปกป้องสิทธิของ “พลเมือง” ไว้ได้ กระนั้น การเลือกตั้งที่ดีที่เป็นคุณจะต้องมีความบริสุทธิ์และยุติธรรม (free and fair election ) ประกอบกันด้วย

โดยพื้นฐานของการเป็นรัฐและสังคม การเลือกผู้แทนจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งเป็นจุดเริ่มต้นของกฎหมายและนโยบาย สิทธิของปัจเจกบุคคลในการลงคะแนนเสียงจึงผูกพันบุคคลนั้นเข้ากับระเบียบทางสังคมของเขาแม้ว่าเขาผู้นั้นเลือกที่จะใช้สิทธิในการเลือกตั้งหรือไม่ใช้สิทธินั้นก็ตาม กฎระเบียบและนโยบายต่างๆ ที่ผู้แทนในฐานะรัฐเป็นผู้กำหนดขึ้นย่อมผูกพันพวกเขาเข้ากับสังคมและรัฐอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นมากกว่าหน้าที่ ในฐานะ “โอกาส” ที่ผู้คนในสังคมจะได้ตัดสินใจและมีส่วนร่วมกำหนดจุดตั้งต้นของนโยบายและแนวทางการปกครองแห่งรัฐ เพราะเมื่อได้ผู้แทนแล้ว พวกเขาจะทำหน้าที่เป็นผู้ออกกฎต่างๆในการปกครองบ้านเมืองซึ่งทุกคนในสังคมจะต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามในฐานะพลเมือง

นอกจากนั้น การเลือกตั้งยังมีฐานะเป็นกลไกที่จะช่วยตัดสินและยุติความเห็นต่างของผู้คนในสังคม โดยให้โอกาสกับผู้ที่คนในสังคมแม้จะเป็นเพียงส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่ปกครองประเทศในช่วงเวลาหนึ่งและตัดสินใจในนโยบายต่างๆ รวมไปถึง เป็นโอกาสที่ผู้คนในสังคมจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างพลเมืองคนอื่น เพื่อร่วมกันออกแบบและเลือกผู้แทนที่ดีได้ด้วย สิ่งนี้ถือเป็นอีกคุณูประการหนึ่งของการเลือกตั้ง

เพราะฉะนั้น การลงคะแนนเสียงจึงไม่ใช่เพียงวิธีการที่กลุ่มผู้คนในสังคมจะได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนเท่านั้น แต่ภายใต้เป้าหมายใหญ่ในการตัดสินใจเลือกผู้แทนดังกล่าว ยังมีกระบวนการมากมายที่จะร่วมส่งเสริมให้เกิดประชาธิปไตยในวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมได้ กระนั้น สิ่งที่สำคัญคือพวกเราต้องเปลี่ยนมุมมองก่อนว่าการเลือกตั้งไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. ผู้สมัคร พรรคการเมืองและสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่พลเมืองทุกคนจะได้แสดงบทบาท แสดงความเห็น เสนอแนะนโยบาย สร้างโอกาสในการต่อรอง

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการสำคัญและเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย  เพราะไม่เพียงแต่พรรคการเมืองเท่านั้นที่จะสามารถ กำหนดยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งได้  พลเมืองก็สามารถที่จะใช้โอกาสนี้ในการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น เมื่อมีสิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ชาวไทยทุกคนทั้งหญิงและชายพึงใช้สิทธิในครั้งนี้อย่างภูมิใจและตระหนักในความสำคัญของสิทธิในการเลือกตั้งที่เป็นมากกว่า “หน้าที่” และตัดสินใจไปใช้สิทธิเพียงเพราะไม่ต้องการเสียสิทธิประโยชน์ต่างๆ แต่ควรไปใช้สิทธิในฐานะกลไกพื้นฐานในการรับรองสิทธิพลเมือง ในฐานะการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และในฐานะโอกาสในการเสนอแนะและปรับปรุงนโยบายเพื่อประโยชน์ของผู้คนในสังคมโดยรวม

เมื่อคิดได้เช่นนี้การเลือกตั้งจะมีความหมายกับพลเมืองทุกคน และการแสวงหาข่าวสารข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับผู้สมัครและนโยบายของพรรคการเมืองจะกลายเป็นพันธกิจสำคัญที่พลเมืองทุกคนพึงศึกษาต่อไป 
 

Powered by MakeWebEasy.com