บรรยากาศรับสมัครเลือกตั้ง 2562

Last updated: Feb 20, 2019  |  684 จำนวนผู้เข้าชม  |  พรรคการเมือง

บรรยากาศรับสมัครเลือกตั้ง 2562

บรรยากาศรับสมัครเลือกตั้ง 2562

ณัชชาภัทร อมรกุล
นักวิชาการผู้ชำนาญการ  วิทยาลัยการเมืองการปกครอง
#ความคิดเห็นส่วนตัว

ตรุษจีนปีนี้ไม่ธรรมดา!!

 เพราะเป็นวันรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตวันแรก โดยในช่วงกำหนดเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดเอาไว้คือ ระหว่างวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2562

วันรับสมัคร ส.ส. ในปีนี้อาจจะดูเงียบเหงาไปหน่อย เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งในหลายครั้งที่ผ่านมา สาเหตุเพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งมีการเตือนกองเชียร์ผู้สมัคร ส.ส. ว่า ห้ามจัดมหรสพ - รื่นเริง ด้วยเหตุนี้จึงมีการเตือนกันอย่าง “จริงจัง” จากทุกพรรคการเมือง ไม่ให้เฮฮาระเริงรื่นมากเกินไป เปรียบเทียบกันว่าปีนี้จำเป็นต้อง “พับเพียบเรียบร้อย” กันเลยจ้าพี่จ๋า

บรรยากาศโหมโรงที่มีปี่กลอง สามช่า เหมือนๆ หลายๆ ปีที่ผ่านมาจึงหดเงียบหายไป

แม้จะไม่ให้มีปี่กลอง แต่ด้วยอุปนิสัยความขี้เล่นและความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์คนไทย เราได้เห็นผู้สมัครแต่ละพรรคต่างก็มีกิมมิคเป็นของตนเอง ปรับตัวเข้ากับกฎใหม่เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่ในการเดินทางเข้ามาสมัครรับเลือกตั้ง บางพรรคนั่งรถเมล์เข้ามา บางพรรคเป็นสายแว๊นซ้อนมอเตอร์ไซค์มา บางพรรคมากันพร้อมเพรียงเป็นหมู่คณะโดยรถบัสขนาดใหญ่  มีพรรคหนึ่งที่ผู้สมัครแต่งตัวเต็มยศ เป็นขุนศึกคู่ใจพระยาพิชัยดาบหักเข้ามากันเลยทีเดียว

นอกจากนี้เรายังได้สังเกตเห็นความสามารถในการปรับตัวของคนไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย เพราะตามมาตรา 48 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 ได้กำหนดให้มีการ “แยกเขตรายเบอร์”  ผู้สมัครของแต่ละพรรค

ตอนแรกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง มีเสียงฮึมฮัมจากหลายพรรค ขอให้ยกเลิกมาตรานี้ แต่ในที่สุดเมื่อท่านไม่ได้ยกเลิกให้ นักการเมืองจึงต้องปรับตัว โดยเมื่อจับฉลากได้เบอร์ของตนแล้ว จึงมีการนำเบอร์ที่ตัวเองได้มาสร้างสตอรี่ ผูกเป็นเลขมงคลของตัวเองได้ทุก ๆ หมายเลขไป ทุกหมายเลขมีมงคลเหมือนกันหมด ผู้สมัครหลายคนยังกล่าวอีกว่า “ได้เลขอะไรก็ชนะ”

พอจับฉลากเสร็จ หลาย ๆ พรรคก็เวียนวนกันไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด เช่น ศาลหลักเมือง อนุสาวรีย์ย่าโม แต่งานนี้ไม่ทราบว่าจะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านลำบากใจหรือไม่ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะตัดสินใจให้ทุกพรรคชนะเหมือนกันไม่ได้ และที่รู้ ๆ คือ วันนี้เป็นวันที่ดอกดาวเรืองขายดีมาก มองไปทางไหนก็เหลืองอร่าม ผุดผ่อง เรืองรอง ด้วยมาลัยดอกดาวเรือง

อย่างไรก็ดี ที่เป็นสีสันอย่างหนึ่งในปีนี้คือ ข้อกำหนดในการ “แยกเขตรายเบอร์” ทำให้ผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่ง เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น “ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์” กัน ถึง 7 คน โดยให้เหตุผลว่า รักและนับถืออดีตนายกรัฐมนตรีสองคนนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้ชาวบ้านจำได้ เพราะตัวเองเป็นพรรคเล็ก กลัวการหาเสียงจะไม่ทั่วถึง และชาวบ้านอาจจะจำไม่ได้

นับได้ว่าเป็นการต่อกรกับระบบเลือกตั้งแบบใหม่แบบจรยุทธ์อย่างไรอย่างนั้น

แม้ปีนี้จะไม่มีเสียงปี่กลอง แต่ศึกเลือกตั้งได้เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว ตอนนี้พรรคต่าง ๆ จะแข่งขันกันอย่างไรก็แข่งได้ เพื่อให้ประชาชนทราบถึงความแตกต่างของ “นโยบาย” ในแต่ละพรรค แต่ก็ขอให้เป็นการแข่งขันที่ยุติธรรม และเสรี และเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว ระบบนับคะแนนแบบใหม่คงจะทำให้พรรคใดพรรคหนึ่งได้คะแนนนำโด่งเป็นผู้ก่อตั้งรัฐบาลแบบ land slide เกิดขึ้นได้ยาก ส่งผลให้การตั้งรัฐบาลเกิดได้ยากเย็น อันเป็นผลจากระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMA) ที่ทำให้แต่ละพรรคได้สัดส่วนการเลือกตั้งแบบเฉลี่ยๆ  กันไป

ดังนั้น หลังจากการเลือกตั้ง งานใหญ่ก็ยังคงรออยู่ หลายๆ  พรรคการเมืองคงจะต้องมาคุยกันว่า จะทำอย่างไรให้แนวนโยบายที่แตกต่างกัน มารวมกันเป็นนโยบายของชาติที่มุ่งสู่ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่

เพราะประชาชน คือ หัวใจสำคัญที่สุด  ไม่ว่าตอนเลือกตั้งจะแข่งกันอย่างไร พอเลือกตั้งเสร็จแล้วต้องจบ หันมาทำงาน ประสานนโยบายกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชน

 

Powered by MakeWebEasy.com