ดุลยภาพในการใช้เสรีภาพชุมนุมสาธารณะ vs. เสรีภาพของประชาชนอยู่ตรงไหน?

Last updated: Jan 24, 2019  |  837 จำนวนผู้เข้าชม  |  ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ดุลยภาพในการใช้เสรีภาพชุมนุมสาธารณะ vs. เสรีภาพของประชาชนอยู่ตรงไหน?

ดุลยภาพในการใช้เสรีภาพชุมนุมสาธารณะ vs. เสรีภาพของประชาชนอยู่ตรงไหน?  

ชลัท ประเทืองรัตนา
นักวิชาการผู้ชำนาญการ สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล
#ความเห็นส่วนตัว

ควรให้มีการชุมนุมสาธารณะได้หรือไม่? การชุมนุมสาธารณะของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่? การชุมนุมสาธารณะเป็นการละเมิดสิทธิของคนอื่นหรือไม่? ดุลยภาพระหว่างเสรีภาพในการชุมนุม กับการไปกระทบสิทธิของคนอื่น ควรเป็นอย่างไร? การชุมนุมสาธารณะนำมาสู่ความรุนแรงใช่หรือไม่?

การชุมนุมสาธารณะในปัจจุบันทำได้หรือไม่?
ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ ได้มีการรับรองเสรีภาพในการชุมนุมไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายระดับพระราชบัญญัติและกฎหมายอื่น โดยมีสาระสำคัญคือการแจ้งให้ทราบก่อนการชุมนุม หน้าที่ของผู้จัดการชุมนุม หน้าที่ของผู้มาชุมนุม การชุมนุมยามวิกาล หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและความรู้ของตำรวจในด้านการชุมนุม สถานที่ห้ามการชุมนุม บทลงโทษ เป็นต้น 

การชุมนุมสาธารณะในสังคมไทยที่ผ่านมามีทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กล่าวคือ การชุมนุมสาธารณะในสังคมไทยไม่ได้มีแต่ประเด็นการเรียกร้องทางการเมือง เช่น การชุมนุมคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้ง การชุมนุมคัดค้านการชุมนุมของกลุ่มที่อยากเลือกตั้ง การชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แต่มีการเรียกร้องประเด็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทั้งผลผลิตทางการเกษตร ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย รวมถึง การค้าขายที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งการคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เป็นต้น

ปัจจุบันประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2558 [1] ก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับดังกล่าวประเทศไทยใช้กฎหมายฉบับอื่นในการควบคุมการใช้เสรีภาพในการชุมนุม ถ้าผู้ชุมนุมใช้เสรีภาพในการชุมนุมเกินขอบเขต แล้วกระทำผิดกฎหมายใด ก็ต้องรับผิดตามกฎหมายนั้น โดยศาลเป็นผู้ใช้อำนาจตีความกฎหมายในการควบคุมการใช้เสรีภาพในการชุมนุมไม่ให้เกินขอบเขตตามรัฐธรรมนูญ ในอดีตการไม่มีกฎหมายการชุมนุมสาธารณะทำให้เกิดปัญหาการใช้กฎหมายอื่นมาเป็นข้อห้าม  ทำให้การชุมนุมสาธารณะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เช่น  พ.ร.บ. ว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535  พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493  และ พ.ร.บ. การจราจรทางบก พ.ศ.2522  เป็นต้น

การชุมนุมสาธารณะของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่และการคัดค้านการชุมนุมสาธารณะของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่และกระทบสิทธิของคนอื่นหรือไม่?

จากฐานคิดว่า 1.เสรีภาพของทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง รวมถึงเสรีภาพของคนอยากเลือกตั้งต้องได้รับการคุ้มครอง 2.เสรีภาพของผู้คัดค้าน ผู้ชุมนุมอยากเลือกตั้งก็ต้องได้รับการคุ้มครอง 3.เสรีภาพของประชาชนทั่วไป ที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมก็ต้องได้รับการคุ้มครอง เสรีภาพดังกล่าวต้องได้รับการคุ้มครองเป็นหลัก สิ่งสำคัญ คือ ความไม่เรียบร้อยจากการชุมนุมและผลกระทบต่อประชาชนจะเกิดขึ้นน้อยลง หากผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย โดยแจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงพร้อมกับแผนการจัดการชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุม ซึ่งหากผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย เน้นสันติวิธี ไม่มุ่งเผชิญหน้าให้เกิดม็อบชนม็อบ และตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ความวุ่นวายจะไม่เกิดขึ้นและการกระทบสิทธิของประชาชนทั่วไปจะมีน้อยลง  
 
การชุมนุมสาธารณะนำมาสู่ความรุนแรงใช่หรือไม่?
ความรุนแรงจากการชุมนุมสาธารณะอาจจะเกิดขึ้นได้หากไม่ปฎิบัติตามกรอบของกฎหมายและทุกฝ่ายไม่ยึดมั่นสันติวิธี ตามกรอบของกฎหมายผู้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ คือ

1.ผู้จัดการชุมนุมมีหน้าที่ในการประสานกับตำรวจ สอดส่องดูแลการชุมนุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สอดส่องไม่ให้ผู้มาชุมนุมใช้ความรุนแรงหรือพกอาวุธ  ควบคุมการใช้เสียงให้เหมาะสมไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนจนเกินสมควร  และควรมีแนวคิดว่าที่สาธารณะนั้นเป็นของส่วนรวมควรแบ่งปันพื้นที่ในการใช้ร่วมกัน โดยยึดหลัก “แบ่งปันทุก แบ่งปันสุข”  ในกรณีที่ผู้จัดการชุมนุมเห็นว่าไม่สามารถควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในความสงบได้  ก็ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วเพื่อขอความช่วยเหลือในการเข้าควบคุมผู้มาชุมนุม 

2.หน้าที่ของผู้มาชุมนุม คือผู้เข้าร่วมชุมนุมต้องเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่กำหนด ให้ความร่วมมือกับผู้จัดการชุมนุม ไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ถ้าหากผู้มาชุมนุมมีการยั่วยุ หรือใช้ความรุนแรง ย่อมทำให้การชุมนุมสาธารณะไม่เป็นไปตามหลักการสันติ สงบ ปราศจากอาวุธและนำไปสู่การถูกดำเนินคดีได้ต่อไป  ความสงบนั้นไม่ได้หมายความเพียงแค่การเดินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น แต่หมายความรวมถึง ไม่มีการกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง  

3.เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ควบคุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อำนวยการจราจร อำนายความสะดวกให้กับผู้มาชุมนุม  ห้ามไม่ให้มวลชนมาปะทะกัน จัดการกับผู้มาก่อกวนการชุมนุมอย่างทันท่วงที อีกทั้งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ ได้รับการฝึกฝนให้มีความอดทนต่อการยั่วยุและสภาพบรรยากาศที่ตึงเครียด  ไม่ควรใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขาดการอบรมมาเป็นอย่างดีในการจัดการกับผู้มาชุมนุม  และตำรวจต้องไม่พกอาวุธในกรณีที่เป็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติและปราศจากอาวุธ 

ดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของผู้ชุมนุมกับเสรีภาพของประชาชนจะเป็นจริงได้ หากผู้มาชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไป ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ และยึดมั่นในคุณค่าของเสรีภาพทั้งของตนและของผู้อื่น รวมถึงยึดหลักสันติวิธี หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความรุนแรงไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

[1] พ.ร.บ. นี้ไม่ใช้กับการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงเวลาที่มีการเลือกตั้ง แต่ต้องไปใช้กฎหมายนั้นๆแทน

Powered by MakeWebEasy.com